“โขม” ทำ “ขุนพันธ์” ยกระดับหนังบู๊ภูธร เป็นพีเรียดสะท้อนปัจจุบัน-คว้าอดีตดาวบู๊แจม

“ขุนพันธ์ 2 เราพูดถึงยุคที่กฎหมายอ่อนแอ คนชั่วครองเมือง ความยุติธรรมเป็นเพียงแค่คำพูด” ผู้กำกับฯ “โขม”ก้องเกียรติ โขมศิริ เผยถึงภาพยนตร์ “ขุนพันธ์ 2” ที่จะเข้าฉาย 9 ส.ค.นี้

จากนั้นเผยอีกว่า “ในเมื่อคนอย่างขุนพันธ์ เป็นตำรวจที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตำรวจที่ดีที่สุด หมดศรัทธาในความดี บ้านเมืองจะเป็นยังไง แล้วบทสรุปของขุนพันธ์จะเป็นยังไงถ้าความดีกลับตาลปัตร”

คำจำกัดความหรือนิยามในความเป็นภาพยนตร์ของ “ขุนพันธ์ 2” ผู้กำกับกล่าวว่า “หนังบู๊แบบไทยๆ มันมีเสน่ห์บางอย่าง เราไม่ได้นิยามหรอกว่ามันคืออะไร แต่ว่าสัญญากับทีมงานกับทุกคนว่า เฮ้ยเรามาทำหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อมชั้นดีกันมั้ย ทำไมมันต้องตายไปกับวันเวลา

หนังเรื่องนี้เนี่ยหลายๆ ครั้ง เราจะซ่อนนักแสดง หรือว่าตัวประกอบบางคนที่เขาเป็นอดีตดารานักบู๊ ซึ่งมันคือการทำเพื่อคารวะกันในสถานะคนทำงาน เราจะทำให้สกุลหนังบู๊ภูธรมันอยู่ในรูปแบบการทำงานโปรดักชั่น วิธีคิดที่ดีที่แหลมคม และสำคัญที่สุดความบันเทิงเป็นที่ตั้ง

นอกจากนั้นหนังมันต้องสะท้อนปัจจุบันได้ ต่อให้มันเป็นพีเรียดก็เถอะ ทุกวันนี้โลกเทคโนโลยีจะไปไหนก็แล้วแต่ แต่ทั้งหมดมันมีราก หนังมันจะเกี่ยวกับความรู้สึกหลายอย่างในปัจจุบันที่คนกำลังเจอกันอยู่ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือคนที่ยึดถือในความดีก็สั่นคลอน ไร้สิ่งยึดเหนี่ยว ผมก็เพิ่งมาค้นพบว่าของแบบนี้ไม่ได้เพิ่งมี มันมีมานานมากแล้ว สิ่งที่ขุนพันธ์ทำก็คือ เชื่อในสิ่งที่คุณเชื่อ ด้วยปัญญาเป็นที่ตั้ง”

ป๊าด888 แรงทะลุนรก เหยียบมิดไมล์ฮาโซเชียล มุกดราม่ามาเต็ม

หลังจากสร้างปรากฎการณ์ความฮาในหลวงพี่แจ๊ส4G ล่าสุด พชร์ อานนท์ ได้ส่งหนังจัดเต็มมุกดราม่าล้อเลียนสังคมไทยและหนังดังมาเขย่าความบันเทิงด้วย ป๊าด888 แรงทะลุนรก โดยได้นักแสดงชุดเดิมจากหลวงพี่แจ๊สมาสร้างความสุขแบบครบทีม นำแสดงโดย แจ๊ส ชวนชื่น,นิค คุณาธิป,หนูเล็กก่อน บ่าย,เทพพิทักษ์ แอสละ มาประเดิมจอหนังครั้งแรก พร้อมความซิ่งแรงบนท้องถนนกับสายรถเมล์ในตำนาน

ป๊าด888 แรงทะลุนรก เป็นเรื่องราวของพร คนขับรถเมล์สุดซิ่งกับวิน กระเป๋ารถเมล์สุดกวนที่รับภารกิจส่งผู้โดยสารไปยังถึงที่หมายแต่ระหว่างทางเต็มไปด้วยเรื่องเล่าและเหตุวุ่นวายให้ทั้งสองได้แก้ปัญหาตลอดเวลาตั้งแต่ นักเลงตีกัน,พริตตี้ขึ้นรถเมล์,ผู้โดยสารหื่น รวมถึงการใช้ถนนเป็นลานประลองความเร็ว ซิ่งแรงแซงทุกคัน ตลอดเรื่องราวสอดแทรกประเด็นดราม่าในโลกโซเชียลที่บางคนอาจจะหลงลืมไปแล้ว แต่หนังก็ช่วยนำกลับเอามาให้เราได้ฮากันเต็มที่อีกครั้ง

สำหรับป๊าด888 ยังคงเป็นหนังไทยสไตล์พชร์ อานนท์ที่ขนทัพนักแสดงมาเพียบตั้งแต่ แตงโม ภัทรธิดา มารับบทมนุษย์เมียของโชเฟอร์ขับรถเมล์ น้าค่อม ชวนชื่น มารับบทพระที่ต้องมาผจญความวุ่นวายบนรถเมล์ กอล์ฟ เบญจพล หนุ่มสติแตกและเทพพิทักษ์ แอสละ หนุ่มโซเชียลหน้าขาวที่มาพร้อมกับความซื่อๆแบบที่เราเคยเห็นเขาบนเฟซบุ๊ค ไม่เพียงแต่ทัพนักแสดง แต่พชร์ ยังเก็บทุกดราม่า เทรนด์ฮิตบนโลกโซเชียลมาเล่าสู่คนดูชนิดที่เก็บครบทุกเม็ด อย่างล่าสุดคือเทรนด์จับโปเกม่อน พี่พชร์ยังไม่วายจับเข้าไปในหนังด้วย แถมพระเอกของเรื่อง แจ๊ส ชวนชื่น ก็ขยันสรรหาคำคมน่าคิดมาปล่อยไว้ตลอดทั้งเรื่องด้วย

นอกจากนี้อีกมุมหนึ่งที่น่าคิดของหนัง888 คือการเป็นหนังสะท้อนให้เห็นปัญหาของระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพ ที่เราคิดว่ามันอาจจะเป็นปัญหาที่เราเคยชินและย้ายไปใช้ระบบขนส่งอื่นที่มีค่าใช้จ่ายมากกว่า แต่ในอีกแง่หนึ่งสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีรายได้ต้องเผชิญหลายสิ่งหลายอย่างบนรถเมล์ทั้งคุณภาพการให้บริการ การขับซิ่ง จอดไม่ตรงป้ายและอีกหลายอย่าง ทำให้เราต้องมาคิดว่า เรายังจะเห็นเรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องตลกร้ายของสังคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะเร่งแก้ไขปัญหานี้ไม่ใช่ว่าสิบปีข้างหน้าเรากลับมาดูหนังเรื่องนี้แล้วยังพบปัญหาเดิมๆอยู่

ป๊าด 888 อาจจะไม่ใช่หนังไทยที่สร้างมาเพื่อให้ข้อคิดอะไรมากมาย แต่เชื่อว่ามันอาจจะเป็นหนึ่งในหนังที่บันทึกข้อมูลดราม่าของปี 2016 ไว้มากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งและเมื่อเรากลับมาดูอีกครั้งเราอาจจะพบเจอประเด็นดราม่าโซเชียลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นกระแสฟีเว่อร์มากๆก็เป็นได้

คนวงการหนังร้องรัฐจัดสัดส่วนโรงฉาย ช่วยหนังไทยฝ่าวิกฤติ

เครือข่ายผู้ประกอบวิชาชีพภาพยนตร์ เรียกร้องรัฐบาล “เร่งพาหนังไทยออกจากวิกฤตการณ์” โดยเสนอให้รัฐบังคับให้โรงหนังจัดสัดส่วนการฉายหนังแต่ละเรื่องไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนโรงทั้งหมด

materialinator.com ในแต่ละซินีเพล็กซ์และเปิดพื้นที่ให้หนังไทยยืนโรงฉายอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อแก้ไขวิกฤติรายได้ หลังปีที่แล้วหนังไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดตกต่ำสุด เหลือเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่เคยสูงถึง 44 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2550

ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีตนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยปีที่ผ่านมาถือว่าตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี โดยทำรายได้เพียง 565 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13 เปอร์เซ็นต์ จากรายได้ส่วนแบ่งระหว่างหนังไทยและต่างประเทศ ขณะที่หนังหลายเรื่องซึ่งได้รับคำวิจารณ์ว่าเป็นหนังคุณภาพกลับทำรายน้อยมาก เนื่องจากผู้ประกอบการโรงหนังจัดให้เข้าฉายเพียงหนึ่งสัปดาห์ อย่างภาพยนตร์เรื่อง “ปั๊มน้ำมัน” ที่ตนเองกำกับ ทำรายได้จากการเข้าฉายหนึ่งสัปดาห์ ไม่ถึง 10,000 บาท ต่อมาเมื่อมีกระแสปากต่อปาก คนดูก็ไม่สามารถรับชมได้เนื่องจากลาโรงไปแล้ว

ธัญญ์วาริน กล่าวว่า คนในวงการหนังได้มีข้อเสนอให้รัฐบาลปฎิบัติตาม พ.ร.บ. ภาพยนตร์ฯ ฉบับปี 2551 มาตรา 9 วรรค 5 ที่ระบุให้คณะกรรมการภาพยนตร์แห่งชาติมีหน้าที่จัดสัดส่วนภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งใน 8 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ถูกบังคับใช้หรือถูกนำมาพิจารณา

ธัญญ์วาริน กล่าวอีกว่า สิ่งที่เสนอไม่ได้จะลิดรอนเสรีภาพในการเลือกดูหนังของคนดู เพียงแต่ว่าหนังไทยทุกเรื่องควรมีพื้นที่ฉายให้เหมาะสม

ด้าน สุภาพ หริมเทพาธิป ผู้ก่อตั้งนิตยสารไบโอสโคป เผยกับบีบีซีไทยว่า วิธีการจัดโปรแกรมฉายหนังในประเทศไทยปัจจุบันมีความผูกขาด โดยผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์เป็นผู้กำหนดเปอร์เซ็นต์ฉายหนังแต่ละเรื่อง โดยจะเห็นว่าหนังฟอร์มยักษ์จากต่างประเทศปัจจุบันมีสัดส่วนโรงฉายถึง 80% หมายความว่าโรงภาพยนตร์ที่มี 10 โรง 8 จอจะต้องถูกใช้ไปกับหนัง 1 เรื่อง ส่วนอีก 2 จอ ไว้สำหรับหนังที่อยู่ในโปรแกรมด้วยกันหรือที่ตกค้างจากโปรแกรมในสัปดาห์ก่อน ซึ่งตนมองว่าไม่เป็นธรรม

ผู้ก่อตั้งนิตยสารไบโอสโคป ระบุด้วยว่า ณ วันนี้ มีคนตั้งคำถามว่า การจัด “โควต้า” โปรแกรมฉายหนังจะทำให้มีหนังไทยที่ “ไม่มีคุณภาพ” ออกมาฉายมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งตนมองว่าถ้าอุตสาหกรรมหนังไทยมีทางรอด คนดูจะมีตัวเลือกหลากหลายและได้รับโอกาสชมหนังที่มีคุณภาพ และจะส่งคำเรียกร้องไปคนทำหนังผลิตผลงานที่มีคุณภาพออกมา และเชื่อว่าทุกวันนี้คนดูยังต้องการสิ่งใหม่ซึ่งความใหม่ไม่สามารถเกิดมาจากคนเก่าๆ แต่ถ้าวันนี้เราไม่ให้คนใหม่ๆ มีโอกาสแจ้งเกิด ไม่มีที่ยืน เราจะไปหาสิ่งที่ใหม่ๆ มาจากไหน

ในวงเสวนาฯ ยังมีการเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เข้ามาดูแลปัญหาที่จากการผูกขาดในอุตสาหกรรมหนังไทย โดยผู้ประกอบการธุรกิจที่สามารถกำหนดภาพรวม ทั้งเรื่องตั๋วหนังที่มีราคาที่สูง หรือการคัดเลือกภาพยนตร์เข้ามาฉายตามอำเภอใจ จนหลายครั้งเกิดกรณีที่ผู้ชมในต่างจังหวัดเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียให้โรงหนังใกล้บ้านนำภาพยนตร์ที่ต้องการรับชมเข้ามาฉาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนดูยังไม่มีสิทธิเลือกเพียงพอ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้แก้ไขปัญหาเรื่องต้นทุนคนทำหนัง ที่โรงหนังกำหนดให้จ่ายค่าเครื่องฉายหนัง ที่โรงต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัล หรือค่า VPF ต่อเรื่องต่อโรงราว 800 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 24,000 บาท ซึ่งในเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โรงหนังที่เปลี่ยนระบบจากฟิล์มเป็นระบบดิจิตัลได้กำไรจากการลงทุนไปแล้ว แต่ยังมีการเก็บค่าบริการดังกล่าวอยู่ ทำให้เป็นการเพิ่มต้นทุนให้คนทำหนังโดยไม่จำเป็น

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ เป็นหนังสยองขวัญของ GTH กำกับโดยบรรจง

eazyportal.com ปิสัญธนะกูลและภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ทำรายได้ไปกว่า 107.1 ล้านบาทในปี 2547 และได้ไปฉายมากว่า 30 ประเทศทั่วโลก

หนังเรื่องนี้ให้มากกว่าความระทึกขวัญและความสนุกสนานในการรับชม เพราะนอกจากบทที่เฉียบคมและนักแสดงที่มากฝีมือแล้ว ตัวหนังยังมีความละเอียดในการดำเนินเรื่อง กระตุ้นความสงสัยใคร่รู้และสอดแทรกสัญญะอีกมากมายเข้ามาอย่างแยบยล “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” จึงเป็นหนึ่งในหนังผีที่ดีที่สุดในประเทศไทยที่อยากให้ได้ดูกัน

“ธรรม์” (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) เป็นช่างภาพหนุ่มคนหนึ่งที่คบอยู่กับ “เจน” (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) วันหนึ่งทั้งคู่ขับรถไปชนหญิงสาวคนหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจขับหนีไป หลังจากนั้นทั้งคู่เริ่มพบเหตุการณ์แปลกประหลาด ธรรม์พบว่ารูปถ่ายของเขามีเงาสีขาวติดมาและมีใบหน้าคล้ายผู้หญิงอยู่ในนั้น ภาพถ่ายเหล่านั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ธรรม์และเจนต้องเผชิญกับเรื่องราวไม่คาดฝันและค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่

หลายครั้งเมื่อพูดถึง “สีแดง” หลายคนก็จะนึกถึงความรักหรือความร้อนแรง แต่สีแดงยังหมายถึง “อันตราย” ได้เช่นเดียวกัน และในบางครั้งความรักก็มาพร้อมกับอันตรายที่เราไม่คาดคิด ดังนั้นชัตเตอร์จึงหยิบสีแดงมาใช้สื่อความหมายตลอดเรื่อง

เราจะเห็นตั้งแต่เครดิตเปิด มีภาพถ่ายมากมายปรากฏขึ้นมาให้เห็น ถ้าดูกันตรง ๆ ก็เหมือนภาพถ่ายที่กำลังถูกล้างในห้องล้างรูปของพระเอก แต่มองอีกแง่มันก็ไม่ต่างอะไรจากภาพที่เปื้อนเลือด ภาพความทรงจำเหล่านั้นซ่อนสิ่งที่อันตรายเอาไว้อยู่และมันกำลังจะถูกเปิดเผยออกมา เครดิตเปิดนี้ยังใช้เสียงลั่นชัตเตอร์ประกอบในเสียงดนตรีด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนบ่งบอกว่ากล้องและภาพถ่ายนี่แหละจะเป็นตัวการสำคัญในเรื่อง
เราจะเห็นสีแดงโผล่มาซ้ำ ๆ ตลอดเรื่อง โดยเฉพาะแสงสีแดงในห้องล้างรูปที่เห็นได้บ่อยที่สุดและเป็นที่เกิดเหตุการณ์ประหลาด ๆ ขึ้นบ่อยครั้ง

ตลอดทั้งเรื่องเราจะรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองจากใครบางคนอยู่ ทั้งการใช้มุมกล้อง การจัดเฟรม รวมไปถึงการใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ เป็นตัวแทนสายตาที่กำลังจับจ้องธรรม์อยู่
ตุ๊กตาห้อยรถนี้ก็เป็นอีกตัวแทนหนึ่ง ตอนที่ธรรม์และเจนขับรถชนผู้หญิงในตอนแรก ภาพซูมเข้าไปที่ตุ๊กตาเป็นครั้งแรกและจะเห็นว่ามันกำลังแสดงสีหน้าหัวเราะเยาะอยู่ ราวกับกำลังสะใจและต้องการสาปแช่งใครบางคน ตุ๊กตาตัวนี้เปรียบเสมือนสายตาของเนตรที่กำลังมองสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา

หลังจากนั้นในฉากถัดมา ตุ๊กตาตัวนี้ยังอยู่ที่เดิม แต่เราจะเห็นว่ามันหันหน้าไปทางธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจ ยิ่งช่วยตอกย้ำว่ามีใครหรืออะไรบางอย่างกำลังจับตามองธรรม์อยู่ หุ่นกระบอกหน้าตาหลอนประสาทในบ้านธรรม์ก็เหมือนกัน ทั้งเก่าคร่ำครึ ทั้งให้ความรู้สึกขนลุก ก็กำลังแอบมองการกระทำของเขาอยู่เช่นเดียวกัน ภาพและเสียงหลาย ๆ ช่วงที่ปรากฏขึ้น บางครั้งเราก็ไม่ได้ใส่ใจ จนกระทั่งมันเกิดขึ้นซ้ำหรือมีอะไรมาตอกย้ำ หนังเรื่องนี้ก็ใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ฉากนี้ธรรม์กำลังนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ที่เปิดรายการสารคดีสัตว์โลกอยู่ ดูผิวเผินแล้วคงไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่มันกลับเป็นสารคดีการผสมพันธ์ุของตั๊กแตนที่อธิบายว่าระหว่างที่พวกมันผสมพันธุ์นั้น ตัวเมียจะกินหัวตัวผู้จนขาดและตายไปในที่สุด! ภายหลังเราก็จะกล้องจับภาพตั๊กแตนตัวเป็น ๆ อีกครั้งก่อนที่จะเห็นภาพรถของธรรม์เคลื่อนเข้ามา

ตั๊กแตนบอกอะไรเราบ้าง?

ธรรม์ก็เหมือนตั๊กแตนตัวผู้ ส่วนเนตรก็เหมือนตั๊กแตนตัวเมีย หลังทั้งคู่พลอดรักกัน ตัวเมียก็จะฆ่าตัวผู้ตาย แม้ว่าธรรม์จะไม่ได้จบชีวิตอย่างตั๊กแตนตัวผู้ แต่การมีชีวิตอยู่ของเขาต่อจากนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการตายทั้งเป็น
สิ่งที่เราเห็นของคน ๆ หนึ่งอาจไม่ใช่ทั้งหมดของเขา คนเราอยากให้เห็นส่วนไหน ไม่อยากให้เห็นส่วนไหนก็ปกปิดมันได้ ส่วนที่ดีก็อยากให้คนรู้ ส่วนที่ไม่ดีก็อยากเก็บไว้ ธรรม์เก็บเรื่องเหล่านี้จากเจน จากคนดู เราไม่รู้ความลับของธรรม์เลย แต่เรากลับรู้จากเจนและรับรู้จากปากเมื่อธรรม์จนมุมแล้วจริง ๆ เท่านั้น และที่ตลกร้ายไปกว่านั้นคือเขามีชื่อว่า “ธรรม์”

ชัตเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงหนังสยองขวัญ แต่ยังสะท้อนปัญญาสังคมด้วย เนตรถูกข่มขืน ถูกทำร้าย แต่สิ่งที่ธรรม์ทำนอกจากไม่ได้ปกป้องแล้วยังซ้ำเติมอีก ทว่าจะไปโทษธรรม์เสียทั้งหมดก็คงไม่ได้ ธรรม์เป็นตัวละครที่ทั้งน่าโมโหและน่าสมเพชในขณะเดียวกัน เขาไม่ได้อยากให้เรื่องมันเลยเถิดขนาดนี้ แต่เขาโดนบังคับด้วยคำพูดที่ว่า “กูเป็นพี่มึงนะ” การกลัวที่จะเข้ากลุ่มไม่ได้กับคนอื่นในวัยรุ่นเป็นเรื่องธรรมดาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่ทำตามคนหมู่มากก็ไม่มีใครอยากคบ สิ่งที่เรียกว่าลำดับชั้นในสังคมมันมีอยู่จริงและไม่ใช่เรื่องตลก การใช้อำนาจของรุ่นพี่เพื่อข่มขู่รุ่นน้องก็มีให้เห็นบ่อยครั้งในหน้าหนังสือพิมพ์ เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่หมดไปเสียที มันทำลายชีวิตใครต่อใครมานักต่อนักแล้วและเราก็เห็นผลลัพธ์ของการกระทำนั้นในหนังเรื่องนี้

มุมมองเรื่องการข่มขืนก็เช่นกัน เนตรต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เธอเพียงแค่รักผู้ชายคนหนึ่งมากเท่านั้นเอง เธอไม่สมควรได้รับชะตากรรมเช่นนี้ แต่สังคมช่างโหดร้ายและไม่มีใครรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับใคร มันอาจเกิดขึ้นกับเพื่อน พี่น้อง หรือแม้แต้ตัวคุณเองก็ได้

สิ่งที่เราเห็นคือเรื่องราวทั้งหมดมันไม่ได้จบลงด้วยดี

ปัญหาเหล่านี้มันไม่หมดไปจากสังคมง่าย ๆ หรอก ภาพยนตร์เป็นเพียงสื่อที่ช่วยสะท้อนและสร้างความตระหนักต่อปัญหาสังคมเท่านั้น แต่ส่วนที่เหลือพวกเราทุกคนคงต้องช่วยกัน

หนังสไตล์นีโอนัวร์ของคู่แต่งงาน ลัทธิประหลาด มือปืนลูกกตัญญู และจินตนาการดาร์กๆ ของเป็นเอก รัตนเรือง ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเกาะสมุย

ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง เคยบอกว่าความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งของเขาคือการเฝ้ามองผู้คนแล้วจินตนาการเรื่องราวเบื้องหลังของคนเหล่านั้นต่อแบบ (ดาร์กๆ) ตามสไตล์เขา มันเลยไม่แปลกที่การเห็นนักแสดงหญิงคนหนึ่งเดินอยู่กับสามีชาวต่างชาติจะถูกแต่งแต้มจนออกมาเป็น ไม่มีสมุยสำหรับเธอ

materialinator.com หนังนีโอนัวร์ที่เล่าเรื่องของ วิยะดา (พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) นักแสดงสาวที่สามีชาวต่างชาติของเธอสนิทสนมกับเจ้าลัทธิ (วิทยา ปานศรีงาม) และสร้างปัญหาให้กับชีวิตคู่จนถึงจุดที่เธอตัดสินใจว่าจ้าง กาย (เดวิด อัศวนนท์) หนุ่มแปลกหน้าที่บังเอิญเจอกันให้ลงมือฆ่าสามีของเธอเพื่อตัดปัญหา แต่จบลงที่นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่า

“เวลาดูหนังเป็นเอกต้องอย่าคิดมาก” เป็นเอกกล่าวไว้ในการสัมภาษณ์กับเราก่อนภาพยนตร์จะออกฉายครั้งแรกในเมืองไทย และก็จริงอย่างที่เขาพูด ไม่มีสมุยสำหรับเธอ น่าจะเป็นหนังเป็นเอกที่ดูง่ายที่สุดหากเทียบกับเรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมาของเขา ไม่ต้องพยายามตีความ นั่งดูไปเรื่อยๆ ให้ภาพบอกเล่าเหตุการณ์ไปทีละฉาก ผ่านฉากระทึกที่ลุ้นสุดๆ ผ่านฉากขำที่อยู่ดีๆ ก็ปล่อยมุกออกมา ผ่านฉากเสียดสีที่อดทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันไม่ได้ ก่อนเป็นเอกจะพาเรามาเจอฉากจบหักมุม ที่หักมุมแรงเสียจนทำให้เราต้องเผลอคิดย้อนกลับไปว่า ที่ดูมา 100 นาทีเนี่ย… เราเข้าใจถูกต้องไหมนะ?

ถึงแม้ ไม่มีสมุยสำหรับเธอ จะเป็นหนังปลายเปิดที่เชิญชวนให้คนดูตีความตามความเข้าใจของตนเอง แต่เราก็เห็นใช้ชัดว่าหนังฯ เป็นภาพสะท้อนชีวิตของผู้หญิงในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ สังคมที่ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ รวมไปถึงวิธีการจัดการกับความทุกข์ที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละตัวละคร ไม่ว่าคุณจะลุกขึ้นมาหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจเหมือนสามีของวิยะดาที่หันหน้าเข้าหาลัทธิแบบที่เราชอบเห็นกันตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือคุณจะเลือกหันหน้าเข้าหาปัญหาแล้วตะโกนบอกว่าฟ้าว่าคุณจะไม่ทนอีกต่อไปเหมือนวิยะดาที่ตัดสินใจลงมือจ้างวานฆ่าสามีให้ไปพ้นๆ จากชีวิต หรือสุดท้ายคุณจะเลือกยอมแพ้แล้วจมปลักกับปัญหาอีกต่อไป เพราะท้ายที่สุดชีวิตก็ไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียว

Freelance (2015) ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
Freelance ยุ่น (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) ชายวัย 30 คือฟรีแลนซ์มือรีทัชรูปที่งานยุ่งที่สุดในประเทศไทย ความสุขของฟรีแลนซ์อย่างยุ่น นอกจากการได้เห็นงานเต็มปฏิทิน ไม่เว้นวัน
เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการแล้ว

ก็คืองานเร่ง งานด่วน งานที่ลูกค้าแก้ไม่รู้จบ มันเป็นความท้าทายที่นักรบมืออาชีพแบบเขาต้องทำให้ได้โดยไม่มัวไปเสียเวลาด่าลูกค้า จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม เจ๋ (วิโอเลต วอเทียร์) ฟรีแลนซ์ ซูม โปรดิวเซอร์รุ่นน้องจากเอเจนซี่โฆษณาถึงจ่ายงานให้เขาทำอย่างสม่ำเสมอ จนเต็มปฏิทินล่วงหน้าไปหลายเดือน ทุกครั้งที่เจ๋โทร.มา ยุ่นจะรู้ว่า ความสนุกกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่มีลูกค้าอยู่รายหนึ่งที่เขาไม่สามารถเอาชนะได้ นั่นคือ ร่างกายของเขาเอง หลังจากผ่านการอดนอน 5 คืนติดเพื่อทำงานชิ้นหนึ่ง ยุ่นเริ่มมีผื่นแดงๆขึ้นตามตัว ร่างกายบังคับให้เขาไปโรงพยาบาล เขาไม่อยากไปเลยเพราะเสียเวลาทำงาน ร่างกายเลยแจกผื่นให้ลามใส่ตัวเขามากขึ้นแม่งเลย Freelance hd เขาจึงต้องเดินทางไปโรงพยาบาลรัฐ (ด้วยความงก ก็ฟรีแลนซ์ต้องรู้จักเซฟเงินเพื่ออนาคตที่ไม่มั่นคง) ที่นั่นเขาได้เจอกับลูกค้าอีกคน คือ หมออิม (ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่) หมออิมก็เหมือนหมอโรงพยาบาลรัฐทั่วไปที่ยุ่งจนหัวฟู แต่ที่ไม่เหมือนหมอคนอื่นๆคือ เธออายุพอๆกับยุ่น และยุ่นรู้สึกดีกับเธอจนถึงขั้นเขิน การพบกันในแต่ละเดือนของยุ่นและหมออิม เปรียบเสมือนการออกเดทที่ทั้งคู่มีเวลาพบกันเพียงแค่ 15 นาทีตามเวลาตรวจ (เนื่องจากโรงพยาบาลรัฐ คนไข้เยอะ) ยุ่นต้องรออีก 30 วัน กว่าที่จะได้เจอหมอครั้งต่อไป และวันนัดก็ต้องรอคิวหน้าห้องตรวจอีก 3 ชั่วโมง (เนื่องจากคนไข้เยอะอีกเช่นกัน) ตั้งแต่ไปหาหมออิม ยุ่นก็รู้สึกว่าตัวเองทำงานช้าลงอย่างไม่มีเหตุผล เจ๋ต้องตามมากระชากงานจากเขาบ่อยขึ้น ยุ่นไม่รู้เป็นเพราะอะไร การทำงานช้าลงนี่เป็นอาการข้างเคียงของอะไรหรือเปล่า ..และการคิดถึงใครสักคนระหว่างทำงานนี่เป็นโรคที่รักษาให้หายได้หรือไม่”ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” ภาพยนตร์โดย เต๋อ – นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

น้อง.พี่.ที่รัก – Nong Phee Teerak

Nong.Pee.Teerak หรือชื่อไทยว่า น้อง.พี่.ที่รัก “น้อง.พี่.ที่รัก” เมื่อ ‘น้องสาว’ ตัวท็อป เปิดจ๊อบสู้รบกับ ‘พี่ชาย’ ตัวห่วย เพื่อช่วย ‘ที่รัก’ ตัวจริง ไม่ให้ชิ่งหนีไป ตั้งแต่เด็ก ชัช (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์)

คิดมาตลอดว่าน้องที่อยู่ในท้องแม่คือน้องชาย พอถึงวันที่แม่คลอดแล้วกลายเป็นน้องสาว ชัชจึงเซ็งระดับสิบ ความฝันที่จะได้เล่นหุ่นยนต์และเตะบอลแมนๆ กับน้องก็จบไป เพราะเล่นกับไอ้เจน (ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์) ทีไร มันก็ร้องไห้งอแงทุกที ตั้งแต่เด็กจนโต ชัชกับเจนตีกันได้ ทุกเรื่อง เพราะเจนชอบทำตัวเหมือนเป็นแม่มากกว่าเป็นน้อง ส่วนชัชก็ชอบทำตัวเป็นภาระมากกว่าเป็นพี่ จะมีพี่ชายคนไหนที่ห่วยกว่าน้องสาวไปซะทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน กีฬา หน้าตา นิสัย แข่งกัน ยังไง เจนก็เพอร์เฟคกว่า เวลาเดียวที่ชัชจะโชว์เหนือทำตัวเป็นพี่ ก็คือตอนที่มีคนมาจีบเจน ชัชจะทำตัวกร่างไล่หนุ่มๆให้หนีหายไปหมด เหมือนเป็นการเอาคืน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เจนต้องปิดบังความรักระหว่างเธอกับโมจิ (นิชคุณ หรเวชกุล) ชายหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น สุดเพอร์เฟค เพราะเจนไม่อยากให้รักครั้งนี้ต้องพังยับด้วยน้ำมือของพี่ชัชเหมือนที่ผ่านมา แต่ความรักไม่ใช่ความลับ ชัชรู้จนได้ว่าเจนกับโมจิแอบคบกัน แล้วมีเหรอที่ชัชจะยอมปล่อยผ่าน ก็บอกแล้วว่าอะไรที่ทำให้น้องมีความสุข พี่ชายที่แสนดีอย่างชัชจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน!!

อาถรรพณ์แก้บนผี

ปิ่น (วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์) มอส (ปรางทอง ชั่งธรรม) และหมวย (บอลลูน พินทุ์สุดา ตันท์ไพเราะ) เพื่อนสนิทสมัยมัธยมได้พากันไปพิสูจน์ตำนานผีที่บ้านร้างตามคำท้าของเพื่อนคนหนึ่ง

ด้วยความซ่ามอสได้เยาะเย้ยความกลัวของเพื่อนที่มีต่อบ้านหลังนี้และข่มเพื่อนด้วยการอาสาไปศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์กว่า ทั้งๆ ที่ความจริงมอสไม่เชื่อว่าจะเป็นจริงได้ ที่ศาลเจ้าขณะที่เพื่อนๆ กำลังบนบานเพื่อให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยความศรัทธาแต่ทว่าเด็กทั้งสามกลับท้าทายอย่างไม่ยำเกรงอย่างคะนองปาก ด้วยความไม่เชื่อ หากหมวยสอบติดแพทย์ได้ จะเอาอะไรก็

ได้ให้หมด หลังจากคืนนั้น สิ่งที่พวกเธอท้าทายกลับกลายเป็นความจริง อำนาจที่เกิดจากคำสัญญา ได้เริ่มเข้ามาทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของพวกเธอเลวร้ายลงทุกที เพราะไม่เชื่อจึงเพิกเฉย ก็ยิ่งทำให้รู้สึกได้ว่า อำนาจเร้นลับกำลังตามทวงสัญญา ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนทั้งสาม ก็ยิ่งห่างเหินกัน อุบัติเหตุเริ่มเกิดขึ้นกับทุกคน ความซวยที่เริ่มจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

Thong Dee Fun Khao ทองดี ฟันขาว

หนังแอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์ ที่ทำได้ดี ‘เกินคาด’ “จักไม่มีประวัติศาสตร์ หากขาดชายชาตินักสู้” วลีโดนใจจากภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ ‘ทองดี ฟันขาว’ ผลงานลำดับที่ 10 ของผู้กำกับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตช่วงวัยเด็กสู่วัยรุ่นก่อนที่พระยาพิชัยดาบหักนั้นจะเข้ารับตำแหน่งพระยา

ซึ่งได้นักชกชื่อก้องโลก บัวขาว บัญชาเมฆ และนางเอกหน้าหวานที่มาเล่นหนังแอ็คชั่นเป็นครั้งแรก มะนาว ศรศิลป์ มณีวรรณ์ นำแสดง จ้อย หรือ ทองดี เด็กชายผู้ฝักใฝ่ในเชิงมวยแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ทั้งๆ ที่พ่อเป็นนักมวย มีคู่ปรับคือ เชิด บุตรชายเจ้าเมือง ชอบอวดเบ่งตั้งแต่เล็กจนโต เชิดมักจะยกพวกไปรุมรังแก ทองดี และนี่เป็นหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เขาอยากมีวิชาหมัดมวยไว้ต่อสู้ป้องกันตัว จึงได้เข้าไปศึกษาวิชามวยกับครูมวยตั้งแต่ยังเด็ก

เรื่องราวของหนังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ยืดเยื้อ และชวนติดตาม บวกกับมุกซื่อๆ แบบบ้านๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นระยะ ทำให้หนังดูสนุกกว่าที่คิด ด้านซีนแอ็คชั่น บัวขาว บัญชาเมฆ พระเอกของเราซึ่งการันตีความเก่งกาจด้วยสถิติการชก 316 ครั้ง ชนะ 262 ครั้ง (น๊อคเอาท์ 68 ครั้ง) นั้นทำได้ดีมากสำหรับการแสดงบทนำแบบเต็มตัวเรื่องแรก เรียกว่าไม่ทำให้คนดูผิดหวังอย่างแน่นอน กับการออกหมัดออกแข้ง และการนำเทคนิคภาพสโลว์มาใช้ได้อย่างสวยงาม งาน production โดยรวมดี หนังถ่ายทอดความเป็นทองดีได้ยอดเยี่ยมจริงๆ อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องขอชมคือการแคสติ้งนักแสดงในหนังเรื่องนี้ เพราะดาราเด็กที่เล่นบท จ้อย และ เชิด มีความเหมือน บัวขาว และ นันทวุฒิ มาก เป็นความประณีตของแคสหนังไทยที่เราไม่ค่อยได้เห็นกัน นอกจากนักแสดงคนอื่นๆ ก็คัดเลือกมาได้อย่างเหมาะสม ดูไม่ขัดตาเลยแม้แต่น้อย หากได้ชมแล้ว คุณจะรู้ว่าทำไมหนังถึงได้ชื่อว่า ‘ทองดี ฟันขาว’ และตัวหนังได้พิสูจน์ให้เห็นว่า หนังไทยก็ไม่แพ้หนังแอ็คชั่นสายฮาของเมืองนอกเมืองนาเค้าเลย ทั้งฉากบู๊แอ็คชั่นที่จัดมาเต็มรูปแบบ ไหนจะมีมุกตลกที่ปล่อยมาไม่หยุดหย่อน อาจจะมีคำหยาบบ้างตามยุคสมัย แต่ก็ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดที่ฟังดูนุ่มนวลพอสมควร เด็กที่โตหน่อยก็ดูได้ ผู้ปกครองสบายใจหายห่วง แถมยังได้รู้เกร็ดประวัติศาสตร์อีกด้วย

มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ

มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ เป็นภาพยนตร์ที่นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ

eazyportal.com ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ทำงานนอกค่ายอีกครั้ง

ซึ่งกำกับโดย อิทธิศักดิ์ เอื้อสุนทรวัฒนา นอกจากเรื่องราวการอกหักรักคุดของนักเทนนิสหนุ่มชื่อกระฉ่อนแล้ว ยังเต็มไปด้วยความฮาผสมกับความโรแมนติกที่แฟนหนังยกนิ้วให้ แถมยังทำรายได้ไปอย่างสวยงามแตะหลัก 100 ล้านบาทเลยทีเดียว

ว่าด้วยเรื่องราวของ ดอน สีชัง นักเทนนิสหนุ่มซูเปอร์สตาร์ ที่ฟอร์มหลุดชนิดเสียท่า (เสียหมา จนเสียหลัก) เพราะบาดเจ็บจาก แอนนา ดาราสาวสวยที่ถูกร็อกเกอร์หนุ่มมาดเข้ม จิมมี่ เดอะร็อกเก็ต ไปแย่งพื้นที่หัวใจ ดอน สีชัง ได้รับความช่วยเหลือจาก ดิว เพื่อนหญิงในวัยเด็ก ที่เข้ามาร่วมภารกิจพิชิตความเฮิร์ทต่อความรักของดอนและศัตรูหัวใจอย่างจิมมี่