ตามมาติดๆ! ผลประกบคู่ “ยูโรปา ลีก” รอบรองชนะเลิศ

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ได้มีการจับสลากประกบคู่ ฟุตบอลยุโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ของยูฟ่า เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ผลการจับสลากประกบคู่ ฟุตบอลยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ
อาแจ๊กซ์ (ฮอลแลนด์)  VS. ลียง (ฝรั่งเศส)
เซลต้า บีโก้ (สเปน) VS. แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)

สำหรับการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ จะทำการแข่งขันนัดแรกกันในวันที่ 4 พฤษภาคม ส่วนนัดที่สองจะแข่งขันกันในวันที่ 11 พฤษภาคม 2560

โดยรอบชิงชนะเลิศ จะทำการแข่งขันกันแบบนัดเดียว ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ซึ่งปีนี้สังเวียนนัดชิงคือ เฟรนด์ อารีน่า เมืองโซลน่า ประเทศสวีเดน

‘ไอ้ใหญ่’ สารภาพฆ่าเผายกครัวผู้จัดการนากุ้ง แค้นจ่ายค่าแรงช้า

ที่ปรึกษา สบ.10 ลงพื้นที่สามร้อยยอด สอบผู้ต้องหาคดีฆ่าเผาอำพราง 3 ศพ รับสารภาพเป็นคนลงมือยิงด้วยตนเองทั้ง 3 คน อ้างบันดาลโทสะที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างล่าช้า

วันนี้ 21เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีฆ่าเผาอำพราง 3 ศพที่สามร้อยยอด ล่าสุด พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 พร้อมคณะได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ อ.สามร้อยยอด เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอีกครั้ง โดยเรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีเพื่อประชุดสรุปความคืบหน้าอย่างเคร่งเครียด หลังจากที่เมื่อวานที่ผ่านมา ได้ลงไปตรวจยังจุดเกิดเหตุ จนพบหลักฐานเพิ่มเติมทั้ง กองเลือด ,ปลอกกระสุนปืน 11มม. และถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร

ทางด้านพล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 เปิดเผยว่า ผลการตรวจพิสูจน์ทาวนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาแล้ว ปรากฎว่าพบหัวกระสุน ขนาด 11มม.ในร่างผู้เสียชีวิตที่บริเวณศีรษะของทั้ง 3ราย ซึ่งพบหัวกระสุนที่ ชาย 5 นัด หญิง 2 และเด็กขวบครึ่งอีก 1นัด โดยได้นำหัวกระสุน และปลอกกระสุนที่พบไปตรวจเปรียบเทียบเกลียวกับอาวุธปืนเถื่อน ขนาด 11 มม.ที่ยึดได้ก่อนหน้านี้ว่าเป็นหัวกระสุนที่ยิงออกมาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่

ล่าสุดนายนิพนธ์ ช้างแก้ว หรือ นายใหญ่ อายุ 38 ปี ผู้ต้องสงสัย ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าทั้ง 3 คน โดยระบุสาเหตุที่ก่อเหตุครั้งนี้เพราะโมโหที่ผู้ตายไม่จ่ายเงินค่าแรงตรงตามกำหนด ภายหลังจากลงมือฆ่าทั้ง 3 คน แล้วจึงจุดไฟเผาบ้าน ก่อนจะหลบหนีไป โดยตนลงมือเพียงคนเดียว ต่อมา ที่ปรึกษา สบ.10 ได้นำตัวผู้นายนิพนธ์ ไปกราบขอขมาต่อหน้าหีบศพครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย ที่วัดดอนยายหนู อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมีญาติพี่น้องมายืนรอดูหน้าต่างพากันด่าทอ และสาปแช่ง โดยหลังจากที่ไปขอขมาศพแล้วได้รีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถทันที เพราะเกรงว่าจะถูกรุมประชาทันจากญาติพี่น้องของผู้ตาย และได้นำตัวไปเอาอาวุธปืนกระบอกที่ใช้ก่อเหตุ หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวไปฝากขังไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอดต่อไป

หนุ่มหื่นมือล้วงสาวเมาขาดสติ ‘วันไหลพัทยา’ ดอดเข้ามอบตัวตร

หนุ่มหื่นมือล้วงสาวเมาขาดสติ ‘วันไหลพัทยา’ ดอดเข้ามอบตัวตำรวจ อ้างขาดสติ เร่งล่ามือถ่ายคลิป

จากกรณีมีภาพคลิปกรณีของกลุ่มวัยรุ่นชายจำนวน 2 คนกำลังทำอนาจารหญิงสาวรายหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายคนเมาไม่ได้สติ ซึ่งในภาพคลิปดังกล่าวเป็นภาพหญิงสาวสวมกางเกงขาสั้นกำลังนั่งพิงประตูเหล็กหน้าสถานประกอบการแห่งหนึ่งไม่ระบุสถานที่ โดยชายวัยรุ่นรายหนึ่งกำลังจูบปากหญิงสาวอย่างดูดดื่ม ขณะที่อีกรายใช้มือลูบคลึงหน้าอกและล้วงอวัยวะเพศของหญิงสาวคนดังกล่าวอย่างเมามันเป็นเวลานานหลายนาที โดยมีกลุ่มคนอีกส่วนหนึ่งถ่ายภาพและส่งเสียงแซวให้ไปทำกันไปในที่ลับตา ท่ามกลางบรรยากาศของเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

กระทั่งซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวพัทยาจับกุมตัว นายจิรพัฒน์ หรือโจ้ กระแสเสถียร อายุ 26 ปี หนึ่งใน 2 ชายวัยรุ่นที่ปรากฏในคลิปฉาวที่กระทำอนาจารหญิงสาวในวันไหลพัทยาได้พร้อมเตรียมออกหมายจับ นายอิทธิพล สุมณฑา อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาอีก 1 รายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (22 เม.ย.) นายอิทธิพล สุมณฑา อายุ 24 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 อ.เมือง จ.ชลบุรี ก่อนที่จะถูกนำตัวมายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ได้นำตัวเข้าพบ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อม พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เพื่อทำการสอบปากคำเป็นการเบื้องต้น ซึ่งนายอิทธิพล ให้การยอมรับ ก่อนจะนำตัวลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดย นายอิทธิพล ระบุว่าทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา โดยวันเกิดเหตุได้ออกไปเล่นน้ำวันไหลกับเพื่อนๆจำนวน 5 คนที่วอล์คกิ้ง สตรีท ขณะนั้นมีกลุ่มเพื่อนพาผู้เสียหาย ซึ่งคาดว่าอายุประมาณ 25-30 ปีมาเล่นน้ำอยู่ใกล้เคียงกัน จึงเข้าไปตีสนิทและพูดคุยด้วยกระทั่ง นายจิรพัฒน์ หรือ โจ้ ที่เพิ่งรู้จักกันได้พาหญิงสาวมานั่งที่จุดเกิดเหตุก่อนจะร่วมกันก่อเหตุ ซึ่งไม่ได้เป็นการบังคับขืนใจเพราะผู้เสียหายยังพูดคุยรู้เรื่องและมีอาการไม่เมามายมากนัก ก่อนจะมี “นายไนซ์” ไม่ทราบชื่อจริงแอบถ่ายคลิปและนำไปเผยแพร่จนมาถูกจับกุมดังกล่าว

นายอิทธิพล กล่าวต่อไปว่าช่วงก่อเหตุก็ถือว่ายังมีสติเพราะไม่ได้ดื่มเหล้าไปมาก เพียงแต่ที่ทำไปก็เพราะขาดความยับยั้งชั่งใจ ขณะที่ผู้เสียหายหลังเกิดเหตุการณ์ตามภาพถ่ายก็มีกลุ่มเพื่อนพากลับบ้านไป โดยไม่ได้มีอะไรเกินเลยนอกจากนั้น อย่างไรก็ตามรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขอโทษคนพัทยาด้วยที่ทำให้เกิดความเสียหาย โดยหลังเกิดเหตุก็มีคนส่งภาพให้ดูและรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก โดย เฉพาะคนรู้จักและสังคมรอบข้าง จนทำให้ไม่ถึงกับกล้าออกจากบ้านไปไหน ก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านที่จังหวัดปทุมธานีและเข้ามอบตัวในที่สุด

ทางด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่าหลังจากนี้คงจะทำการสอบ ปากคำผู้ต้องหาเป็นการเบื้องต้นก่อนจะนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยาในวันจันทร์นี้ ขณะที่ในชั้นสอบ สวนคงไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว โดยปัจจุบันได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ 2 กระทง คือ ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง และกระทำอนาจารผู้อื่นต่อหน้าธารกำนัล ส่วนมือถ่ายคลิปนั้นปัจจุบันทราบแล้วว่าเป็นใคร ซึ่งจะได้ออกหมายจับมาดำเนินคดีต่อไป.

จับแก๊งพนันกำถั่ว ตุ๋นทรัพย์เหยื่อกว่า 10 ล้าน ส่งทีม 500 คนหลอกชาวบ้าน!

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ต.ค. พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ จริตเอก รรท.รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รรท.ผบก.น.3 พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัลชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สมบัติ ศิริชัยเดช พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี

การพนัน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.มีนบุรี ร่วมกันแถงข่าวผลการจับกุมนายสุรกฤช หรือ ชัย ศิลมัฐ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ 845/2554 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2554 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ชักชวนให้เล่นการพนันกำถั่ว พร้อมของกลางแก้วน้ำจำนวน 1 ใบ จานรองจำนวน 1 ใบ และเมล็ดแตงจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางชัน ได้ร่วมกันจับกุมนายสุรกฤช ภายหลังที่ได้หลอกลวงผู้เสียหายในคดีดังกล่าวจำนวน 2 ราย ต่อมาผู้ต้องหาได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 6,681,000 บาท ให้ทางผู้เสียหายเพิกถอนการแจ้งความ จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติฉ้อโกงในหลายพื้นที่ จึงส่งมอบให้ทางสน.มีนบุรี เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเมื่อปี 53 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายจตุพล ศีลมัฐ นายเอ และนางเพ็ญ ซึ่งมีผู้เสียหาย คือ นางรัตนา มากิตะ อายุ 48 ปี อยู่ ต.ลำผักกูด อ.ธัญญะ จ.ปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานภายหลังที่ถูกแก๊งดังกล่าว ฉ้อโกงเงินสดจำนวนกว่า 5 แสนบาท จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมผู้เสียหายมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ด้านนางรัตนา ให้การว่า เมื่อปี 53 ที่ผ่านมา นายเอ ได้ติดต่อชักชวนให้ตนหาที่ดินเพื่อขายให้กับนายนายจตุพล ซึ่งมีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เมื่อขายได้ จะให้ส่วนแบ่งเป็นเงินจำนวน 5 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นได้พาตนพร้อมผู้ต้องหาทั้งหมดไปบ้านของนางเพ็ญ ซึ่งอยู่แถวย่านมีนบุรี กระทั่งนายจตุพล ได้นำเงินออกมาโชว์เพื่อตกลงซื้อขายกันแต่อ้างว่าเงินไม่พอต้องออกไปหามาเพิ่ม

ในระหว่างที่รอผู้ต้องหาที่เหลือ จึงออกอุบายให้เล่นพนันกำถั่วเพื่อหวังเอาเงินจากจากนายจตุพล แต่ต้องร่วมลงทุนกันคนละ 5 แสนบาท ซึ่งตนไม่มีเงินสดเพียงพอ ผู้ต้องหาจึงหลอกล่อให้ตนนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎฟ 6768 กรุงเทพมหานคร ไปเข้าโรงรับจำนำหลังจากนั้นร่วมกันเล่นพนันกำถั่วเพียงแค่ 3 ครั้ง ตนก็เงินหมด หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้พากันแยกย้ายหลบหนีไป

สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนพร้อมพวกเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อเหตุมาแล้วประมาณ 10 ปี ได้ทรัพย์สินจากผู้เสียหายจำนวนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งพฤติการณ์จะแบ่งทีมงานออกเป็น 4 ราย โดยมีแก๊งร่วมกันจำนวนกว่า 400-500 ราย ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ตระหนักอย่าหลงเชื่อโดยง่าย หากพบเบาะแสแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าว ให้รีบโทรแจ้งสถานีตำรวจใกล้เคียง หรือ สายด่วน 1559 พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตื่นตัวกับปัญหาดังกล่าวเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากพบผู้กระทำความผิดจะมีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” รรท.รองผบ.ตร. กล่าว

บุกจับพนันบอลออนไลน์รามฯ76รวบผู้ต้องหา3ราย

รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก เผย ทหารบุกจับศูนย์พนันบอลออนไลน์ ย่านรามคำแหง 76 ผู้ต้องหา 3 ราย

การพนันพ.ต.ท.ภาสกร กิจไพบูลย์ทวี รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก และทหารบุกจับบ่อนพนันออนไลน์ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง รามคำแหง 76 ได้ผู้ต้องหาเป็นชายชาวเกาหลี 2 ราย หญิงชาวพม่า 1 ราย พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ จำนวน 15 ตัว ซิมโทรศัพท์อีก 500-600 อัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ความคืบหน้า พล.ต.ต.ฉันวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 1056/11 ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ีง ถนนรามคำแหง หลังได้รับแจ้งว่ามีการเปิดรับเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ พบผู้ต้องหา 3 คน คือ นายลี จุน ยุง อายุ 36 ปี และนายลี ซิง กิน อายุ 32 ปี สัญชาติเกาหลี และนางสาวทำแยงมอย สัญชาติพม่า แม่บ้าน พร้อมด้วยคอมพิวเตอร์ 8 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์กว่า 1,000 ชิ้น และสมุดบัญชีธนาคาร

เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า เปิดรับทายผลพนันฟุตบอลออนไลน์จากลูกค้าที่ประเทศเกาหลี โดยใช้บ้านพักหลังนี้เป็นสถานที่รับทายผล สำหรับซิมการ์ดโทรศัพท์ ผู้ต้องหาจะมีไว้ให้กับลูกค้าที่สมัครเป็นสมาชิกใช้เป็นรหัสเข้าทายผลฟุตบอลในเว็บไซต์ เมื่อจบการแข่งขันแล้วจะทำลายซิมนั้นทิ้ง และจะแจ้งผลการโอนเงินให้กับลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์

ทั้งนี้อ้างว่า เข้ามาอยู่ในบ้านพักนี้ 6 เดือนแล้ว และได้แต่งงานกับหญิงสัญชาติไทย จากการตรวจสอบการเข้าประเทศมาอย่างถูกต้อง

ขณะที่ในเว็บไซต์พบรายชื่อลูกค้าที่เข้ามาเล่นแล้วประมาณ 25,000 รายชื่อ ส่วนวันนี้มีผู้เข้าเล่นแล้ว 30 คน ซึ่งเป็นลูกค้าจากประเทศเกาหลีทั้งหมด ส่วนเงินหมุนเวียนพบว่ามีกว่าวันละ 6 ล้านบาท

เมื่อสาวๆ มาฝึกมวย ซูเปอร์ตาร์มวยไทย “บัวขาว บัญชาเมฆ” ต้องเทรนด์เอง!! (อัลบั้มภาพ)

“ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ กับการลงนวมฝึกซ้อมให้กับเหล่าสาวๆที่มาซ้อมแบบเต็มโปรแกรมที่ค่าย “บัญชาเมฆยิม”

งานนี้แม้พี่บัวจะเป็นนักมวยระดับซูเปอร์สตาร์เพียงใด แต่เมื่อเขาว่างหรือมีเวลาอยู่ที่ค่าย เขาก็เป็นคนที่เข้าถึงง่าย

นอกจากนี้ บัวขาว ยังมาฝึกดูแลเองอย่างเต็มที่ ว่าแล้ว เราไปชมภาพน่ารักๆ ของเหล่านักมวยสาว พร้อมแอกชั่นเท่ๆ ในการฝึกซ้อมกีฬามวยไทยกันเลยครับ

เป็นเรื่อง! “มวยไทยไหว้ครูไฮโล” ถูกสั่งแบนถ้วนหน้า

กลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการมวยไทย กับเหตุการณ์ การรำไหว้ครูโดยมีอุปกรณ์การพนันไฮโล ขึ้นไปประกอบบนเวทีมวยรายการ แม็กซ์มวยไทย ที่เวทีแม็กซ์ พัทยา เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา

ในการแข่งขันชกมวย “ศึกมวยไทยตัดเชือก” คู่ที่ 4 ระหว่าง ซุปเปอร์แบล็ค นายกสายันต์บ้านแลง ค่าย ก.สกุลเชื้อ กับ ซุปเปอร์นาย อ.จีรวรรณ จากค่าย ส.ศิริลักษณ์ ระหว่างไหว้ครู ซุปเปอร์นาย มุมน้ำเงินได้นำอุปกรณ์เล่นไฮโลขึ้นไปประกอบการไหว้ครู ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม

ล่าสุด คณะอนุกรรมการวินัยและจรรยาบรรณ บุคคลในวงการกีฬามวย ซึ่งขึ้นตรงต่อสำนักงานมวย ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีมติลงโทษผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ประกอบด้วย ซุปเปอร์นาย อ.จีรวรรณ นักมวย ,นายธนกฤต อ่ำอนันต์ โปรโมเตอร์ ,นายยอดยิ่ง เกสรมาลา ประธานเทคนิคเวทีแม็กซ์มวยไทยพัทยา, นายนาคิน คำศรี ผู้ตัดสินบนเวที โดนถอนทะเบียนชั่วคราวเป็นเวลา 6 เดือน

ส่วน ซุปเปอร์แบล็ค นายกสายัณต์บ้านแลง คู่ชกโดนถอนทะเบียนชั่วคราว 4 เดือน, วี อ.จีรวรรณ หัวหน้าคณะ โดนถอนทะเบียนชั่วคราว 3 เดือน โดยให้มีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 31 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป

ขณะที่นายสนามเจ้าของเวทีนั้น กรณีนี้มิได้ขึ้นทะเบียนขออนุญาตจัดการแข่งขันเป็นรายปี แต่เป็นขออนุญาตจัดมวยชั่วคราวตลอด จึงไม่สามารถเอาผิดได้ ทว่าคณะกรรมการพิจารณาได้มีมติห้ามเวทีดังกล่าว ซึ่งจัดมวยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ให้ตัดเหลือจัดแข่งขันได้เพียง 1 ครั้ง ในหนึ่งสัปดาห์ ถือเป็นการทำโทษ ซึ่งจะส่งผลต่อการถ่ายทอดสด ทางสถานีโทรทัศน์ไปด้วย

ปส.สรุปคดี ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ ชี้หลักฐานมัดแน่น เผยมีดาราคนไฮโซเอี่ยวด้วย

ผบช. ปส. มั่นใจ สรุปสำนวนคดี “เบนซ์ เรซซิ่ง” สัปดาห์นี้ ชี้ หลักฐานมัดแน่นไม่ต้องสอบเพิ่ม – จ่อยึดทรัพย์ “ท้าวศรีสุข” ในไทย ชี้ มีดาราคนไฮโซเอี่ยว

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ภายในสัปดาห์นี้ มั่นใจสามารถสรุปสำนวนคดี นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดของ นายไซซะนะแก้ว แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดชาวลาว ให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องได้ เนื่องจากตำรวจ ปส. มีพยานหลักฐานประกอบกับคำให้การของพยานค่อยข้างสมบูรณ์แล้ว โดยแทบจะไม่จำเป็นต้องเชิญ เบนซ์ เรซซิ่ง มาให้ปากคำอีก

ส่วนกรณีคนใกล้ชิดน่าจะมีความชัดเจนเช่นกันว่ามีความผิดหรือไม่ ทั้งนี้ยอมรับว่า การสรุปสำนวนคดีมีความล่าช้า เนื่องจากติดขัดปัญหาบางประการ ซึ่งตนเองได้สั่งกำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการแล้ว เพื่อป้องกันการครหาว่ามีขบวนการเข้าแทรกแซงคดี

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวด้วยว่าในเร็วๆนี้ จะมีการพิจารณาและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ “ท้าวศรีสุข” เพิ่มเติม โดยจะเริ่มจากการดำเนินการตรวจอายัดทรัพย์สินของ “ท้าวศรีสุข” ในประเทศไทย จากนั้นจะขยายผลเอาผิดไปยังผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งยอมรับว่ามีศิลปิน ดารา และคนในแวดวงบันเทิงไทย เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเกรงว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะไหวตัว พร้อมยอมรับว่า ในการควบคุมดูแลคดีของตนเองจะไม่ปล่อยให้ให้มีขบวนการใดๆเข้าแทรกแซงคดีหรือช่วยเหลือคนผิดอย่างแน่นอน

แบบนี้ก็ได้เหรอ! กล้วยฉาบยัดแก้วกาแฟกระดาษ

อย่างนี้ก็มีด้วย..!! กล้วยฉาบยัดแก้วกาแฟกระดาษให้ดูถุงใหญ่น่าซื้อ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

วันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากชาวบ้านรายหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ ) ว่าเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาจากกรุงเทพ เพื่อร่วมกิจกรรมสงกรานต์ใน จ.นครศรีธรรมราช และโดยสารรถทัวร์จากสายใต้มายัง จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างทางแวะซื้อกล้วยฉาบ ตอนแรกว่าจะกินบนรถทัวร์ แต่เผลอหลับไปจึงไม่ได้นำกล้วยฉาบถุงออกมากิน จนกระทั่งถึงบ้านพัก ได้หยิบถุงกล้วยฉาบที่ซื้อระหว่างทางมากิน แต่เมื่อแกะถุงพบว่ากล้วยฉาบถุงที่ดูจากภายนอกมีปริมาณมากอัดแน่นจนเต็มถุง แต่พอแกะถุงดูพบว่ามีแก้วกาแฟกระดาษ 1 ใบยัดใส่ในถุงกล้วยฉาบ

จากการตรวจสอบพบว่ากล้วยฉาบถุงดังกล่าว ไม่มีการระบุชื่อ ยี่ห้อ สถานที่ผลิต มีเพียงกระดาษแข็งที่เย็บปิดปากถุงสีน้ำตาล ระบุข้อความภาษาอังกฤษว่า ‘Thailand’ ขนาดถุงวัดได้กว้าง 3 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว ส่วนที่ท้ายถุงมีแผ่นกระดาษแข็งสี่เหลี่ยมวางรองพื้น ซึ่งจำหน่ายราคาถุงละ 20 บาท เมื่อดึงเอาแก้วกระดาษกระดาษออก พบว่ามีชิ้นกล้วยฉาบในถุงประมาณ 1 ส่วน 4 ของความสูงของถุง หรือประมาณ 10 – 15 ชิ้น

ชาวบ้านรายเดิม กล่าวอีกว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่โปร่งใสกับผู้บริโภคย่างชัดเจน เพราะมีการนำแก้วกาแฟพลาสติก มายัดไส้ในถุงกล้วยฉาบ เพื่อทำให้กล้วยฉาบดูถุงใหญ่น่าซื้อ เพราะคิดว่าจะมีชิ้นกล้วยฉาบอัดแน่นเต็มถุง ถึงแม้ราคาขายกล้วยฉาบจะถุงละ 20 บาท แต่อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบด้วย ทั้งเรื่อง ระบุชื่อ ยี่ห้อ สถานที่ผลิต และราคาที่ปิดจำหน่าย พร้อมกับฝากประชาชนผู้บริโภคควรพิจารณาซื้อสินค้าทุกประเภทอย่างละเอียดรอบคอบให้มากขึ้น ถึงแม้ราคาจะไม่กี่บาท โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มีคนเดินทางตามสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก

ผกก.เมืองนครพนมสั่งเอาผิด 17 ผีพนัน ยันไม่ใช่ “บ่อน”

ผกก.เมืองนครนม สั่งเอาผิด 17 ผีพนัน หลังทหารสนธิกำลังบุกทลายกลางดึกคืนที่ผ่านมา ยันลอบเปิดแค่วันหยุด ไม่ใช่ “บ่อนพนัน” จ่อปิดสมาคมหากใช้บังหน้าทำผิด

พ.ต.อ.อุกกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีมีการสนธิกำลังตำรวจ ทหาร เข้าจับกุมการลักลอบเล่นการพนันภายในบ้านเลขที่ 270 ถนนธำรงค์ประสิทธิ์ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งมีการเปิดเป็นสมาคมเพื่อการกุศลบังหน้าในชื่อ สมาคมชลประทานราษฎร์ เดิมเคยเปิดเป็นที่เล่นสนุกเกอร์ ต่อมา ได้ปิดกิจการ และปรับเปลี่ยนเป็นบ่อนการพนัน โดยจะมีการลักลอบเล่นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

จากการจับกุม ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 17 ราย พร้อมของกลา หลายหลายการ เป็นอุปกรณ์การเล่นมวยตู้ ที่มีการติดตั้งระบบแทงพนันด้วยโทรศัพท์มือถือ จำนวนมากว่า 40 เครื่อง รวมถึงโพยรายการมวย อัตราต่อรองจำนวนหลายรายการ ไปจนถึงอุปกรณ์การเล่นไฮโล ไพ่จำนวนหลายชุด ที่สำคัญยังพบเงินสดของกลาง จำนวน 431,580 บาท

ผกก.เมืองนครพนมสั่งเอาผิด 17 ผีพนัน พ.ต.อ.อุกกฤษฎ์ กล่าวอีกว่า แต่จากการตรวจสอบยืนยันว่าไม่ใช่บ่อนพนันขนาดใหญ่ หรือมีการเล่นพนันครบวงจร เป็นเพียงการลักลอบใช้สถานที่รวมตัวกันมาแทงพนันมวยตู้ และอาจมีการลักลอบเล่นพนันประเภทอื่นบ้างเล็กน้อยขณะรอแทงมวยตู้

ที่ผ่านมา ได้รับเรื่องร้องเรียนหลายครั้งแต่ตรวจสอบไม่พบซึ่งจะลักลอบเล่นเฉพาะวันหยุด จนกระทั่งทางทหาร ร่วมกับตำรวจเฝ้าติดตามพฤติกรรม และพบมีการเปิดเล่นพนันมวยตู้ จึงเข้าตรวจสอบจับกุม ส่วนเงินสดที่มีจำนวนมากนั้นบางส่วนเป็นเงินส่วนตัวของนักพนันเอง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้สั่งการให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาพนันเอาทรัพย์สินโดยผิดกฎหมายต่อนักพนันจำนวนทั้ง 17 คน และมีญาติมาติดต่อขอประกันตัวไปแล้ว รอการสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนแนวทางการสอบสวน พบว่า นายนิยมศิลป์ พรมนาถ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 ม.13 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็น 1 ในผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ได้เช่าสถานที่ดังกล่าวเพื่อลักลอบเปิดเล่นพนันมวยตู้ในช่วงวันหยุด โดยตำรวจจะได้เร่งสอบสวนขยายผลเรียกเจ้าของอาคารมาสอบสวน หากพบว่าใครมีส่วนรู้เห็นจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป หรือเสนอปิดสมาคมหากเปิดบังหน้าใช้กระทำผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้มีการตรวจสอบเข้มงวดในการปราบปรามยาเสพติด อบายมุขต่างๆ ในพื้นที่ หากพบจะมีการจับกุมดำเนินคดีทันที

เล่นพนันกีฬา คาสิโนออนไลน์กับเว็บไซต์ชั้นนำ กับเราได้ที่นี่ gclub สมัครง่ายโปรโมชั่นดี มีพนักงานบริการ 24 ชั่วโมง แทงบอลออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น sbobet , แทงบอล ibcbet , พนันกีฬาออนไลน์ m8bet และบริการอื่นๆ อีกมากมาย