น้อง.พี่.ที่รัก

เรื่องย่อ
ตั้งแต่เด็ก ชัช (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) คิดมาตลอดว่าน้องที่อยู่ในท้องแม่คือน้องชาย พอถึงวันที่แม่คลอดแล้วกลายเป็นน้องสาว ชัชจึงเซ็งระดับสิบ ความฝันที่จะได้เล่นหุ่นยนต์และเตะบอลแมนๆ กับน้องก็จบไป เพราะเล่นกับไอ้เจน (ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์) ทีไร มันก็ร้องไห้งอแงทุกที ตั้งแต่เด็กจนโต ชัชกับเจนตีกันได้ ทุกเรื่อง

เพราะเจนชอบทำตัวเหมือนเป็นแม่มากกว่าเป็นน้อง ส่วนชัชก็ชอบทำตัวเป็นภาระมากกว่าเป็นพี่ จะมีพี่ชายคนไหนที่ห่วยกว่าน้องสาวไปซะทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน กีฬา หน้าตา นิสัย แข่งกัน ยังไง เจนก็เพอร์เฟคกว่า เวลาเดียวที่ชัชจะโชว์เหนือทำตัวเป็นพี่ ก็คือตอนที่มีคนมาจีบเจน ชัชจะทำตัวกร่างไล่หนุ่มๆให้หนีหายไปหมด เหมือนเป็นการเอาคืน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เจนต้องปิดบังความรักระหว่างเธอกับโมจิ (นิชคุณ หรเวชกุล) ชายหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น สุดเพอร์เฟค เพราะเจนไม่อยากให้รักครั้งนี้ต้องพังยับด้วยน้ำมือของพี่ชัชเหมือนที่ผ่านมา แต่ความรักไม่ใช่ความลับ ชัชรู้จนได้ว่าเจนกับโมจิแอบคบกัน แล้วมีเหรอที่ชัชจะยอมปล่อยผ่าน ก็บอกแล้วว่าอะไรที่ทำให้น้องมีความสุข พี่ชายที่แสนดีอย่างชัชจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน!!

The Shape of Water

Guillermo del Toro กลับไปทำหนังสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นการนำเสนอเรื่องราวความรักต่างสายพันธุ์ระหว่างพรายน้ำกับสาวใบ้ ที่พบรักกันในสถาบันลับของรัฐ

ตัวหนังได้รับคำชื่นชมถึงความงดงามที่มองข้ามเส้นขวางกั้นมากมาย ทั้งเผ่าพันธุ์ ความเจ็บป่วย ยาวไปจนถึงตัวตนที่ภายนอกอาจจะไม่มีใครสนใจ แฟนๆ ของลุงโตโร่ไม่ควรรอช้าในการเสพหนังเรื่องนี้

หนังสไตล์นีโอนัวร์ของคู่แต่งงาน ลัทธิประหลาด มือปืนลูกกตัญญู และจินตนาการดาร์กๆ ของเป็นเอก รัตนเรือง ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเกาะสมุย

ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง เคยบอกว่าความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งของเขาคือการเฝ้ามองผู้คนแล้วจินตนาการเรื่องราวเบื้องหลังของคนเหล่านั้นต่อแบบ (ดาร์กๆ) ตามสไตล์เขา มันเลยไม่แปลกที่การเห็นนักแสดงหญิงคนหนึ่งเดินอยู่กับสามีชาวต่างชาติจะถูกแต่งแต้มจนออกมาเป็น ไม่มีสมุยสำหรับเธอ

materialinator.com หนังนีโอนัวร์ที่เล่าเรื่องของ วิยะดา (พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) นักแสดงสาวที่สามีชาวต่างชาติของเธอสนิทสนมกับเจ้าลัทธิ (วิทยา ปานศรีงาม) และสร้างปัญหาให้กับชีวิตคู่จนถึงจุดที่เธอตัดสินใจว่าจ้าง กาย (เดวิด อัศวนนท์) หนุ่มแปลกหน้าที่บังเอิญเจอกันให้ลงมือฆ่าสามีของเธอเพื่อตัดปัญหา แต่จบลงที่นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่า

“เวลาดูหนังเป็นเอกต้องอย่าคิดมาก” เป็นเอกกล่าวไว้ในการสัมภาษณ์กับเราก่อนภาพยนตร์จะออกฉายครั้งแรกในเมืองไทย และก็จริงอย่างที่เขาพูด ไม่มีสมุยสำหรับเธอ น่าจะเป็นหนังเป็นเอกที่ดูง่ายที่สุดหากเทียบกับเรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมาของเขา ไม่ต้องพยายามตีความ นั่งดูไปเรื่อยๆ ให้ภาพบอกเล่าเหตุการณ์ไปทีละฉาก ผ่านฉากระทึกที่ลุ้นสุดๆ ผ่านฉากขำที่อยู่ดีๆ ก็ปล่อยมุกออกมา ผ่านฉากเสียดสีที่อดทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันไม่ได้ ก่อนเป็นเอกจะพาเรามาเจอฉากจบหักมุม ที่หักมุมแรงเสียจนทำให้เราต้องเผลอคิดย้อนกลับไปว่า ที่ดูมา 100 นาทีเนี่ย… เราเข้าใจถูกต้องไหมนะ?

ถึงแม้ ไม่มีสมุยสำหรับเธอ จะเป็นหนังปลายเปิดที่เชิญชวนให้คนดูตีความตามความเข้าใจของตนเอง แต่เราก็เห็นใช้ชัดว่าหนังฯ เป็นภาพสะท้อนชีวิตของผู้หญิงในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ สังคมที่ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ รวมไปถึงวิธีการจัดการกับความทุกข์ที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละตัวละคร ไม่ว่าคุณจะลุกขึ้นมาหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจเหมือนสามีของวิยะดาที่หันหน้าเข้าหาลัทธิแบบที่เราชอบเห็นกันตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือคุณจะเลือกหันหน้าเข้าหาปัญหาแล้วตะโกนบอกว่าฟ้าว่าคุณจะไม่ทนอีกต่อไปเหมือนวิยะดาที่ตัดสินใจลงมือจ้างวานฆ่าสามีให้ไปพ้นๆ จากชีวิต หรือสุดท้ายคุณจะเลือกยอมแพ้แล้วจมปลักกับปัญหาอีกต่อไป เพราะท้ายที่สุดชีวิตก็ไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียว

MAEBIA (2015) แม่เบี้ย [ฉบับเต็มไม่มีตัด]

อ่านเรื่องย่อก่อนดูหนัง Maebia (2015) แม่เบี้ย สรุปย่อเรื่องราวตลอดเรื่องราวเกริ่นรุ่งโรจน์จนกระทั่ง “ปราบชล สุพรรณภูมิ” (ชาคริต แย้มสมัญญานาม) ประธานกงสีอสังหาริมทรัพย์ผู้มีเงินมีทอง

materialinator.com กอบด้วยความใคร่วิธาสุดโต่งณจะดำรงฐานะเจ้าตำรับ

“คฤหาสน์สยามคร่ำคร่าริมน้ำ” ก่อกำนัล “ผึ่งผาย” (จิรวิชญ์ พงษ์ไพการระบายสี) รอยเขียนผู้มีชีวิตซี้ หาได้นำภูอยู่พินิจที่อยู่อาศัยเมืองไทยดึกดำบรรพ์ระวาง อำเภอบางปลาม้า จ.ทองบุรี ของใช้ “นางเมขลา พลับพลาที่ประทับ” (กานต์พิสน้ำชา ดาวเกตุมณี) ผู้ครอบครองกงสี “นางเมขลาการเดินทาง” ซึ่งเป็นเพื่อนอิตถีเหน้าพี่ชายเครื่องใช้ภาคภูมิ
แห่งนั้น ชนะเลิศชลสมภพข้อคดีเคลิบเคลิ้มในที่กรณีลึกลับซับซ้อนของบรรยากาศที่อยู่อาศัยเมืองไทยดึกดำบรรพ์ณนั้น ชุมนุมกันทั้งเสน่ห์สิ่งกวนโทสะพระราชหฤทัย ข้าวของเมขลาต้นตำรับบ้านเรือน บริหารอุดหนุนทั่วยี่สื่อสารกันเรื่อยๆมาสู่จนกระทั่งย่างก้าวกระโดดจากไปสู่เรื่องเกี่ยวเนื่องกูรักๆ ใคร่ๆฉบับลึก พร้อมด้วยระวางโรงสยามในตรงนี้ มีชัยชลได้รับพบขนบธรรมเนียมประเพณีประเทศไทยที่จวนตรงนั้นคุ้มครองวางราวกับแน่วแน่ พร้อมทั้งเรื่องลึกลับซับซ้อนแดนมีอยู่ “เห่าม่าห์” แอบแฝงความควรจะสะพรึงกลัวณที่พักนั้น พร้อมด้วยรอถือแลดูแกล้งภูเขาในที่ทุกเมื่อมโน
พร้อมกับที่นี่พนมก็ได้เผชิญพร้อม “กร่างทิม” (ปี ยามธำรงค์) ปราณีคร่ำคร่าในครอบครัวพลับพลาผู้เอาใจใส่ด้วยกันจับทีเด็ดเหนือธรรมชาติสิ่งที่อาศัยไทล้าสมัยที่นี้ ซึ่งพิชิตชลรู้สึกชินพร้อมท้ายสูงอายุผู้นี้โดยเฉพาะเหมือนชินรู้จักมักจี่กีดกั้นมาหาแต่ทว่าชำรุดเดิม ชุมนุมแม้งานรู้ใจกลเม็ดเด็ดพรายดำสนิทในที่พักประเทศไทยปฤษฎางค์ตรงนี้ตำแหน่งได้รับสร้างสรรค์กรณีปวดร้าวใจแด่ “ความเกื้อกูลโกโปะ” (ความสว่าง ภาวิไล) มาดาสิ่งนางเมขลายังไม่ตายอุตดมหลาย ซึ่งเลี่ยนอาจจะจักข้องเกี่ยวกับปริศนาปากท้องข้างในอดีตกาลสรรพสิ่งไศลที่อยู่ยังมิคงแก้ปัญหา
จ้านช่วงทะลุทะลวงดำเนิน เนื่องสวาทของเอาชนะชลพร้อมทั้งเมขลาก็ยิ่งขึ้นไปดำตรงลงไปดำรงฐานะปมปัญหาลุ่มลึก พร้อมด้วยโน่นจัดหามาชักพาทั่วแฝดพร้อมกับผู้มีชีวิตรอบติดกับเสด็จพระราชดำเนินไปสู่วินาศในชีวะ ไม่ว่าจะคือ “ไหมดาลัด” (ประเสริฐความบันเทิง เจือปนชัยชนะ) แม่เบี้ย ภาพยนตร์จากบทประพันธ์ของวาณิช จรุงกิจอนันต์ เจ้าจอมของใช้มีชัยชลในมิกล้าปลงตกงานมีชู้ของใช้ช้างเท้าหน้าได้ กับ “คำกล่าว” (ชัยชนะวัฒน์ ทองภาณุ) เพื่อนซี้พร้อมด้วยชู้รักเครื่องใช้นางเมขลาแห่งขี้หึงฉบับดุเดือดเลือดพล่านต่องานแจกมโนของใช้เอ็งแยกออกผู้ชายอื่น เพิ่มถึงแม้ว่า “ความเกื้อกูล” (งูเห่าภูติ) แห่งปรากฏร่างกายแบ่งออกเอาชนะชลพร้อมด้วยนางเมขลาเพ่งเป็นนิตย์รุ่งโรจน์ พร้อมทั้งหยิบยกอำนาจวาสนาลึกลับซับซ้อนกระบุงโกยรุ่งโรจน์ทุกที ดั่งจะเหนี่ยวสัมปชัญญะรวมหมดยมลเลี้ยงดูหวนมาริพักพิงข้างในแบบ
แต่ก่อนย่านกิจจาทุกสิ่งทุกอย่างจักเปลี่ยนลงเอยยอมเพื่อการแก้เผ็ด, สังคายนากรรม พร้อมทั้งข้อคดีถึงแก่อสัญกรรม นางเมขลาแล้วจึงจำได้จำเป็นสะสางตัวปัญหาเพราะงานหักใจอำลา เลิกร้างเรื่องผูกพันเข้ากับชนะชลฝ่ายเด็ดขาด สำหรับมิสละเห่าอสูรพรั่งพรูชีวะข้าวของเครื่องใช้สิงขรเดินทาง ณในระหว่างที่ปราบชลเองก็ได้พบเทือกเถาเหล่ากอชีวันชิ้นเป็นต้นปรากฏข้าวของพนมเจียรเรียบร้อย ๆ เข้ากับประจักษ์แจ้งจรดกรรมแผ่นดินร่างกายก่อไว้เหมือนกัน

Thong Dee Fun Khao ทองดี ฟันขาว

หนังแอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์ ที่ทำได้ดี ‘เกินคาด’ “จักไม่มีประวัติศาสตร์ หากขาดชายชาตินักสู้” วลีโดนใจจากภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ ‘ทองดี ฟันขาว’ ผลงานลำดับที่ 10 ของผู้กำกับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตช่วงวัยเด็กสู่วัยรุ่นก่อนที่พระยาพิชัยดาบหักนั้นจะเข้ารับตำแหน่งพระยา

ซึ่งได้นักชกชื่อก้องโลก บัวขาว บัญชาเมฆ และนางเอกหน้าหวานที่มาเล่นหนังแอ็คชั่นเป็นครั้งแรก มะนาว ศรศิลป์ มณีวรรณ์ นำแสดง จ้อย หรือ ทองดี เด็กชายผู้ฝักใฝ่ในเชิงมวยแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ทั้งๆ ที่พ่อเป็นนักมวย มีคู่ปรับคือ เชิด บุตรชายเจ้าเมือง ชอบอวดเบ่งตั้งแต่เล็กจนโต เชิดมักจะยกพวกไปรุมรังแก ทองดี และนี่เป็นหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เขาอยากมีวิชาหมัดมวยไว้ต่อสู้ป้องกันตัว จึงได้เข้าไปศึกษาวิชามวยกับครูมวยตั้งแต่ยังเด็ก

เรื่องราวของหนังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ยืดเยื้อ และชวนติดตาม บวกกับมุกซื่อๆ แบบบ้านๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นระยะ ทำให้หนังดูสนุกกว่าที่คิด ด้านซีนแอ็คชั่น บัวขาว บัญชาเมฆ พระเอกของเราซึ่งการันตีความเก่งกาจด้วยสถิติการชก 316 ครั้ง ชนะ 262 ครั้ง (น๊อคเอาท์ 68 ครั้ง) นั้นทำได้ดีมากสำหรับการแสดงบทนำแบบเต็มตัวเรื่องแรก เรียกว่าไม่ทำให้คนดูผิดหวังอย่างแน่นอน กับการออกหมัดออกแข้ง และการนำเทคนิคภาพสโลว์มาใช้ได้อย่างสวยงาม งาน production โดยรวมดี หนังถ่ายทอดความเป็นทองดีได้ยอดเยี่ยมจริงๆ อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องขอชมคือการแคสติ้งนักแสดงในหนังเรื่องนี้ เพราะดาราเด็กที่เล่นบท จ้อย และ เชิด มีความเหมือน บัวขาว และ นันทวุฒิ มาก เป็นความประณีตของแคสหนังไทยที่เราไม่ค่อยได้เห็นกัน นอกจากนักแสดงคนอื่นๆ ก็คัดเลือกมาได้อย่างเหมาะสม ดูไม่ขัดตาเลยแม้แต่น้อย หากได้ชมแล้ว คุณจะรู้ว่าทำไมหนังถึงได้ชื่อว่า ‘ทองดี ฟันขาว’ และตัวหนังได้พิสูจน์ให้เห็นว่า หนังไทยก็ไม่แพ้หนังแอ็คชั่นสายฮาของเมืองนอกเมืองนาเค้าเลย ทั้งฉากบู๊แอ็คชั่นที่จัดมาเต็มรูปแบบ ไหนจะมีมุกตลกที่ปล่อยมาไม่หยุดหย่อน อาจจะมีคำหยาบบ้างตามยุคสมัย แต่ก็ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดที่ฟังดูนุ่มนวลพอสมควร เด็กที่โตหน่อยก็ดูได้ ผู้ปกครองสบายใจหายห่วง แถมยังได้รู้เกร็ดประวัติศาสตร์อีกด้วย

มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ

มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ เป็นภาพยนตร์ที่นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ

eazyportal.com ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ทำงานนอกค่ายอีกครั้ง

ซึ่งกำกับโดย อิทธิศักดิ์ เอื้อสุนทรวัฒนา นอกจากเรื่องราวการอกหักรักคุดของนักเทนนิสหนุ่มชื่อกระฉ่อนแล้ว ยังเต็มไปด้วยความฮาผสมกับความโรแมนติกที่แฟนหนังยกนิ้วให้ แถมยังทำรายได้ไปอย่างสวยงามแตะหลัก 100 ล้านบาทเลยทีเดียว

ว่าด้วยเรื่องราวของ ดอน สีชัง นักเทนนิสหนุ่มซูเปอร์สตาร์ ที่ฟอร์มหลุดชนิดเสียท่า (เสียหมา จนเสียหลัก) เพราะบาดเจ็บจาก แอนนา ดาราสาวสวยที่ถูกร็อกเกอร์หนุ่มมาดเข้ม จิมมี่ เดอะร็อกเก็ต ไปแย่งพื้นที่หัวใจ ดอน สีชัง ได้รับความช่วยเหลือจาก ดิว เพื่อนหญิงในวัยเด็ก ที่เข้ามาร่วมภารกิจพิชิตความเฮิร์ทต่อความรักของดอนและศัตรูหัวใจอย่างจิมมี่

เปิดใจ ผกก.ที่มา Oversize ทลายพุง จุดเริ่มต้นของตำรวจอ้วน

หลายคนอาจได้เห็นตัวอย่างฮาๆ ของ 4 ตำรวจพุงพลุ้ย “Oversize ทลายพุง” ภาพยนตร์ไทยแนวฮาๆ เรื่องแรกค่ายของ ทีโมเมนต์ ไปบ้างแล้ว เรื่องราวของ 4 ตำรวจบิ๊กไซส์ที่จับผู้ร้ายพลาดเพราะน้ำหนักเกิน เหตุผลสุดตะเตือนไต สะเทือนใจผู้กำกับ จึงสั่งลงโทษให้ทั้ง 4

ลดน้ำหนักไม่ให้เสียภาพพจน์ตำรวจไทย จะมีที่มาที่ไปยังไง ไปฟังทีมผู้กำกับของเรื่องนี้อย่าง ตี๋-ภูวนิตย์ ผลดี และ โอ๊ต-ชานนท์ ยิ่งยง พูดถึงกันเลย!

อะไรคือความน่าสนใจของเรื่องนี้
ตี๋ : ความแปลกใหม่ที่ไม่เห็นนานแล้ว คือผมว่าหนังไทยที่เป็นคอมเมดี้แอ็คชั่นไม่ค่อยมีให้เห็นนานแล้ว บวกกับลูกเล่น สไตล์การกำกับภาพของโอ๊ต ที่ทำให้เกิดอะไรใหม่ ๆ
โอ๊ต : ผมว่าแปลกตาในเรื่องของบท การเอาคนอ้วน 4 คนมาดำเนินเรื่อง ส่วนใหญ่จะเห็นแต่ในหนังฝรั่ง

สิ่งที่ยากของเรื่องนี้คือ
ตี๋ : ยากหมด..เช่นวันนี้ถ่ายดีไซน์อย่างเดียว อีกวันแอ็คชั่นทั้งหมด อีกวันคุยก็ต้องคุยทั้งหมด ไม่มีง่ายหรือสบายเลย ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา คือเรื่องนี้เป็นหนังที่ช็อตเยอะซีนเยอะ สไตล์ภาพและเทคนิคก็ยาก แต่ก็ดีที่มีทีมงานคอยซัพพอร์ตเต็มที่
โอ๊ต : อย่างฉากรถไล่ล่า ที่มีทั้งขับจริง กับรถต้องขึ้นเทรลเลอร์ ที่ต้องใช้เวลาในการเซ็ตทั้งหมด เราจะทำยังไงให้คนเชื่อ เพราะไฟถนนจริงถ่ายกับกล้องภาพยนตร์ไม่ได้
ตี๋ : เราต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะต้องปิดถนนถ่าย ถ้ายังไม่ได้สิ่งที่ดีที่สุดก็ต้องวนรถกลับมาถ่ายใหม่

มีซีนที่ไม่ผ่านสักทีมั้ย
ตี๋ : ส่วนใหญ่ก็พวกฉากแอ็คชั่น หรืออย่างซีนที่สะพานตอนกลางคืน ที่มีการใช้กล้อง Phantom ถ่าย ซึ่งจัดไฟยาก และการถ่ายคนถูกทุ่มแบบสโลว์โมชั่นด้วยกล้องตัวนี้ แค่เอาท์โฟกัสนิดเดียวมันจะฟ้องให้เห็นชัดเจนทั้งเทค นอกนั้นก็มีอย่างฉากนึงที่ ตงตง ที่เล่นเป็น แคน ตัวเอกของเรื่อง พูดประโยคว่า “อยากปลอดภัยก็บอกมาว่ามันเป็นใคร” ปรากฏว่าฉากนี้โดนไป 10 กว่าเทคเฉยเลย เพราะเค้าพูดแล้วมันจะออกมาเป็นสำเนียงจีน ๆ ทุกที

ทำไมถึงเลือก เชอรีน (ณัฐจารี หรเวชกุล) มาเป็นนางเอกของเรื่อง
ตี๋ : เชอรีนเป็นรุ่นน้องของโอ๊ตที่มหา’ลัย โอ๊ตเลยชวนให้มาลองแคสต์ดู เค้าเป็นคนแรก ๆ ที่มาแคสต์บทนี้ แล้วเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดมาตลอดทุกรอบ จนสุดท้ายก็ได้บทนี้ไปด้วย 2 เหตุผล 1 คือการเต้น เพราะในเรื่องเค้าต้องรับบทเป็นเทรนเนอร์สอนเต้น และ 2 คือ เค้าเป็นคนที่พูดหยาบคายแล้วไม่รู้สึกว่าหยาบคาย

และทำไมถึงเลือก โอ๊ต (ปราโมทย์ ปาทาน)
ตี๋ : โอ๊ต ปราโมทย์ เค้าคาแรคเตอร์ชัด มีความคล้าย แจ็ค แบล็ค เถื่อน ดิบ น่ารัก ได้พี่โอ๊ตมาเราสบายใจมาก เพราะเค้ามีความเป็นธรรมชาติ เค้าแอ็คทีฟและสร้างสีสันให้ทุกคนในกอง และมีพลังงานล้นเหลือทั้งคืน ทำให้บรรยากาศในกองดีขึ้น แม้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะทำงานยากไปหน่อย เพราะพี่โอ๊ต ปราโมทย์ พูดคำหยาบเยอะ (หัวเราะ)

ทำไมถึงเลือก ฟลุค (ศุภชัย ทรัพย์ประเสริฐ)
ตี๋ : ฟลุค เราได้มาจากแคมเปญ Oversize Cast (แคมเปญทางเฟซบุ๊กที่ให้ทางบ้านสมัครเข้ามาเล่นหนัง) ซึ่งคาแรคเตอร์เค้าชัดมาก ภาพลักษณ์ครั้งแรกอาจไม่เห็นว่าเป็น โอ เพราะตัวจริงเค้าจะออกแนวฮิปฮ็อป แต่พอทำแคสต์แล้วกลับเป็นโอที่ดูเป็นธรรมชาติ เป็นคนที่อบอุ่นที่สุดใน 4 คน เป็นคนขี้อาย ขี้กลัว

ทำไมถึงเลือก ตงตง (ศรัณย์ ชินสุวพลา)
ตี๋ : เค้าเป็นคนอ้วนที่หล่อ ดูดี และมีความเป็นผู้นำ บุคลิกภายนอกเค้าเข้าตามาก ตัวจริงเค้าเป็นนักธุรกิจ เค้าใหม่มากสำหรับวงการบันเทิง แต่เค้าอยากลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่ทีมงานต้องการ เค้าทุ่มเทมาก อ่านบทเยอะ น่าจะเป็นคนที่จำบทของทุกคนได้เลยล่ะมั้ง รู้สึกดีที่ได้ทำงานด้วย และก็ถือได้ว่าเป็นแบบอย่างของความอ้วนในกอง เพราะเค้าสนุกกับการเลือกซื้อของกินตลอด สัมผัสได้ตั้งแต่ตอนที่เราไปเวิร์คช็อปด้วยกันที่ต่างจังหวัดแล้ว
ทำไมถึงเลือก ตี้ (ศุภวิชญ์ มีเปรมวัฒนา)
ตี๋ : ตัวจริงพี่ตี้เป็นผู้กำกับหนังโฆษณา แต่มีรับงานหน้ากล้องบ้าง คุณวิสูตรเป็นคนไปเจอหน้าพี่ตี้ในโฆษณา แล้วบอกให้ลองชวนมาแคสต์ดู ซึ่งปรากฏว่าเค้าเข้ากับบทมาก เป็นคนหล่อที่บุคลิกแปลก ๆ เวลาพูดเราเดาทางไม่ถูกว่าเค้ากำลังพูดเล่นหรือพูดจริง เพราะเค้าพูดด้วยหน้าตาจริงจังตลอด ในเรื่องเค้ารับบทเป็นหัวหน้าของ 4 อ้วน ซึ่งเป็นหัวหน้าที่ชอบอำลูกน้องตลอดเวลา แต่ก็เป็นตำรวจมือปราบที่ฝีมือดีด้วย

ทำไมถึงเลือก เอ็ดดี้เฮง (สมยศ มาตุเรศ)
ตี๋ : บทของพี่เอ็ดดี้เป็นคาแรคเตอร์ที่หายากที่สุด และเป็นคนท้าย ๆ ที่ได้จาก Oversize Cast คาแรคเตอร์ของเค้าจะนิ่ง ๆ แต่ต้องดูฉลาดไม่ใช่เอ๋อ ซึ่งปกติพี่เอ็ดดี้เค้าจะเป็นคนพูดเยอะ แต่เราจับเค้ามาทำแบบที่คนไม่เคยเห็น เค้ามักจะบอกกับทุกคนว่าคีพคาแรคเตอร์ แต่จริง ๆ คือหลับ (หัวเราะ) เค้าเป็นคนที่นิ่งปุ๊บหลับ เค้าสามารถหลับได้ทุกที่ เหมือนแบตเสื่อม ตื่นได้แปบเดียว แล้วพี่โอ๊ต ปราโมทย์ ก็จะเป็นคนที่ชอบแกล้งพี่เอ็ดดี้บ่อยที่สุด

พูดถึงความประทับใจในเรื่องนี้
โอ๊ต : ได้เห็นสิ่งใหม่ซึ่งถือเป็นความแปลกใหม่ในหนังไทย ปกติเรื่องราวแบบนี้จะมีแต่ในหนังฝรั่ง
ตี๋ : ทำหนังเสร็จเราก็ประทับใจ ประทับใจทีมงาน ทีมนักแสดง ที่ให้อะไรมากกว่าที่เราคิด

เพราะอะไรถึงต้องมาดูหนังเรื่องนี้
โอ๊ต : ความสนุกสนานของการลดน้ำหนัก และความวุ่นวายของภารกิจ กับเสน่ห์ของ 4 อ้วนคือองค์ประกอบที่ลงตัว ไม่ค่อยมีใครเอาคนอ้วนมาแสดงนำ
ตี๋ : ผมชอบไอเดียมุมที่เข้าถึงคนได้ง่าย มีความเป็นหนังเพิ่มจากความเป็นคนจริง ๆ ความอ้วนอยู่รอบตัวเราสัมผัสได้ เล่าให้คนดูสนุกสนานไปได้ด้วยกัน มีเรื่องของมิตรภาพ และการต้องทำสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างนึง

จะฮากระจายขนาดไหน “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง” มีกำหนดฉาย 23 มีนาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

Nai-Kai-Jeow (2017) นายไข่เจียว เสี่ยวตอร์ปิโด

นายไข่เจียว เสี่ยวตอร์ปิโด เรื่องราวของ มะลิ นายไข่เจียวมิตรภาพห่ามฮา สารพันความกล้าหาญของเพื่อนฝูงกลุ่มมนุษย์ไข่เจียวอีก 4 คน

นะโม เพศหญิงผู้เดียวในกรุ๊ป ปริ้นซ์ คุณครูชายหนุ่มสุดเหี้ยน สิ้นเปลืองศักดา หมอศัลยกรรมเปลี่ยนเพศแอ๊บกะเทย และก็ หน้าร้อน หรือ คิมฮันซุก ทนายความไฟแรงอนาคตไกล โดยทั้งยัง 4 คน ช่วยเหลือกันทั้งยังผลักและก็ดันให้นายไข่เจียวเข้าชิงชนะเลิศแรงวที่ไข่เจียว AEC เพื่อความยอดเยี่ยมสำหรับในการเป็นแชมป์แรงวที่ไข่เจียว

 

หลวงพี่แจ๊ส 5G

หลวงพี่แจ๊ส 5G
หลวงพี่แจ๊ส 5G
ผู้กำกับ : พชร์ อานนท์
นักแสดง : แจ๊ส ชวนชื่น

เรื่องย่อ หลวงพี่แจ๊ส 5G : หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่หลวงพี่แจ๊ส(แจ๊ส ชวนชื่น) ได้เข้ามาพบเจอเรื่องราวมากมาย ในเมืองหลวงก็ทำให้ท่านได้รับรู้ถึงการใช้ชีวิตที่ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือว่าเป็นพระภิกษุ ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากเรื่องของความรัก,ความโลภ,ความโกรธและความหลงได้ มีเพียงแต่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาที่จะค่อยช่วยยึดเหนี่ยวและขัดเกลาจิตใจให้มนุษย์เป็นคนดีและเหตุการณ์วันนั้นก็ทำให้หลวงพี่แจ๊สได้ตัดสินใจบวชต่อไปโดยไม่มีกำหนดสึกหลวงพี่แจ๊สตั้งใจว่าอยากเผยแผ่หลักธรรมคำสอนให้แก่พุทธศาสนิกชนได้เข้าถึงพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงแต่ด้วยหลวงพี่แจ๊สเองก็ยังไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับพุทธศานามากมายนัก ท่านจึงออกธุดงค์พร้อมกับลูกศิษย์ คนสนิทนั่นก็คือมโน(นิก คุณาธิป)กับสายสิญจน์(โต้ส อัครัช)ทั้ง3ออกตามหาความสงบสุขที่แท้จริงว่าเป็นเช่นไร

จนกระทั่งวันหนึ่งระหว่างธุดงค์อยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลวงพี่แจ๊สได้ข่าวมาว่าหลวงพ่อจงรวย (หยองลูกหยี)ได้มาย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดในจังหวัดหลวงพี่แจ๊สจึงถือโอกาสไปกราบนมัสการหลวงพ่อ เมื่อพบหลวงพ่อหลวงพ่อก็ได้ไหว้วานหลวงพี่แจ๊สให้พาเณรไปหาหลวงพ่อไชยา(จตุรงค์ พลบูรณ์)ที่กรุงเทพ จึงทำให้หลวงพี่แจ๊สและลูกศิษย์คนสนิททั้ง2ได้เข้ามากรุงเทพอีกครั้ง และเมื่อหลวงพี่แจ๊สมาถึงวัดของหลวงพ่อไชยาแล้วก็ได้นำเณรมาฝากให้กับหลวงพ่อเป็นที่เรียบร้อย หลวงพี่แจ๊สก็ได้ขอตัวลากลับไปออกธุดงค์ต่อแต่ว่าหลวงพ่อไชยาได้ขอให้หลวงพี่แจ๊สอยู่ที่วัดต่อเพราะด้วยเหตุผลที่หลวงพี่แจ๊สมีชื่อเสียงและพอที่จะทำประโยชน์ให้กับวัดได้

บางวันหลวงพ่อก็ให้หลวงพี่แจ๊สเป็นพรีเซนเตอร์วัดในด้านต่างๆ แต่ยิ่งอยู่นานขึ้นหลวงพี่แจ๊สก็ได้เห็นความไม่ชอบมาพากลของหลวงพ่อและพระลูกวัดที่ใช้อำนาจหน้าที่ในการบริหารวัดในทางที่ไม่ถูกไม่ควรทำให้พระอย่างหลวงพี่แจ๊สอยู่นิ่งเฉยไม่ได้และเรื่องราวความวุ่นวายจากการสืบหาความจริงก็เริ่มต้นขึ้นที่วัดแห่งนี้และคราวนี้หลวงพี่แจ๊สจะต้องเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆอะไรอีก มาร่วมเอาใจช่วยหลวงพี่แจ๊สกันใน หลวงพี่แจ๊ส5G

หลวงพี่แจ๊ส 5G

ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius)

ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius)
ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius) เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2560 แนวดราม่า-ระทึกขวัญ กำกับโดยนัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้มีชื่อเสียงจากผลงาน เคาท์ดาวน์ นำแสดงโดย ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, ชานน สันตินธรกุล, อิษยา ฮอสุวรรณ และ ธีรดนย์ ศุภพันธ์ภิญโญ เล่าเรื่องของนักเรียนชั้นมัธยมปลายกลุ่มหนึ่งที่คิดหารายได้จากการโกงข้อสอบ

ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius)
ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 และได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์เอเชียนิวยอร์ก (New York Asian Film Festival – NYAFF) ครั้งที่ 16 ณ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนของปีเดียวกัน ทั้งนี้ฉลาดเกมส์โกง ยังเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ถูกนำไปรีมาสเตอร์เพื่อเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์อีกด้วย แต่ในด้านเสียงถูกรีมาสเตอร์เฉพาะภาษาจีนเท่านั้น

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดในต่างประเทศ ทำลายสถิติภาพยนตร์ไทยเรื่อง องค์บาก ที่ทำรายได้ในต่างประเทศ 515 ล้านบาท และชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ที่ทำรายได้ในต่างประเทศ 231 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ. 2547 และสร้างสถิติเป็นภาพยนตร์ไทยที่สามารถคว้ารางวัลได้มากที่สุดบนเวทีรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ จำนวนทั้งสิ้น 12 รางวัล จากการถูกเสนอชื่อเข้าชิง 16 รางวัล (15 สาขา)

ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius)
เรื่องย่อ ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius) : ทุกครั้งที่ฝนดินสอลงกระดาษสอบ ล้วนมีความหมาย ลิน (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) นักเรียนสายเรียนดี เจ้าของ เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกปีการศึกษา แต่ด้วยการที่เธอมักจะต้องช่วยบอกข้อสอบให้กับเพื่อนซี้อย่าง เกรซ (อิษยา ฮอสุวรรณ) นักเรียนสายกิจกรรมแต่ผลการเรียนกลับสวนทางและ พัฒน์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) เด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวยและมีแนวคิดว่าเงินซื้อทุกอย่างได้แม้กระทั่งคำตอบของข้อสอบ ทำให้ ลิน ฉุกคิดธุรกิจให้ลอกข้อสอบนี้ขึ้นมาได้ และสร้างรายได้ให้เธออย่างเป็นกอบเป็นกำ และเมื่อการสอบสุดท้าทาย อย่าง STIC ใกล้เข้ามาถึง นักเรียนหลายร้อยคนต่างคาดหวังจะนำคะแนนสอบเหล่านี้เปิดทางเข้าสู่เหล่ามหาลัยชั้นนำ ลินจึงได้รับโจทย์ใหม่ ในการบอกข้อสอบสุดท้าทายครั้งนี้ โดยเธอตัดสินใจบินไปสอบที่ประเทศที่เร็วกว่าไทย เพื่อรีบนำมาบอกข้อสอบแก่เหล่าลูกค้าของเธอ โดยเธอต้องหาผู้ช่วยอย่าง แบงค์ (ชานน สันตินธรกุล) นักเรียนทุนคู่แข่ง ที่ไม่ชอบการทุจริตใดๆ ในขณะที่เดิมพันเงินรางวัลที่สูงมากขึ้น ความยากในการโกงข้อสอบและความปลอดภัยของพวกเธอก็สูงขึ้นเช่นกัน