Thong Dee Fun Khao ทองดี ฟันขาว

หนังแอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์ ที่ทำได้ดี ‘เกินคาด’ “จักไม่มีประวัติศาสตร์ หากขาดชายชาตินักสู้” วลีโดนใจจากภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ ‘ทองดี ฟันขาว’ ผลงานลำดับที่ 10 ของผู้กำกับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตช่วงวัยเด็กสู่วัยรุ่นก่อนที่พระยาพิชัยดาบหักนั้นจะเข้ารับตำแหน่งพระยา

ซึ่งได้นักชกชื่อก้องโลก บัวขาว บัญชาเมฆ และนางเอกหน้าหวานที่มาเล่นหนังแอ็คชั่นเป็นครั้งแรก มะนาว ศรศิลป์ มณีวรรณ์ นำแสดง จ้อย หรือ ทองดี เด็กชายผู้ฝักใฝ่ในเชิงมวยแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ทั้งๆ ที่พ่อเป็นนักมวย มีคู่ปรับคือ เชิด บุตรชายเจ้าเมือง ชอบอวดเบ่งตั้งแต่เล็กจนโต เชิดมักจะยกพวกไปรุมรังแก ทองดี และนี่เป็นหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เขาอยากมีวิชาหมัดมวยไว้ต่อสู้ป้องกันตัว จึงได้เข้าไปศึกษาวิชามวยกับครูมวยตั้งแต่ยังเด็ก

เรื่องราวของหนังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ยืดเยื้อ และชวนติดตาม บวกกับมุกซื่อๆ แบบบ้านๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นระยะ ทำให้หนังดูสนุกกว่าที่คิด ด้านซีนแอ็คชั่น บัวขาว บัญชาเมฆ พระเอกของเราซึ่งการันตีความเก่งกาจด้วยสถิติการชก 316 ครั้ง ชนะ 262 ครั้ง (น๊อคเอาท์ 68 ครั้ง) นั้นทำได้ดีมากสำหรับการแสดงบทนำแบบเต็มตัวเรื่องแรก เรียกว่าไม่ทำให้คนดูผิดหวังอย่างแน่นอน กับการออกหมัดออกแข้ง และการนำเทคนิคภาพสโลว์มาใช้ได้อย่างสวยงาม งาน production โดยรวมดี หนังถ่ายทอดความเป็นทองดีได้ยอดเยี่ยมจริงๆ อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องขอชมคือการแคสติ้งนักแสดงในหนังเรื่องนี้ เพราะดาราเด็กที่เล่นบท จ้อย และ เชิด มีความเหมือน บัวขาว และ นันทวุฒิ มาก เป็นความประณีตของแคสหนังไทยที่เราไม่ค่อยได้เห็นกัน นอกจากนักแสดงคนอื่นๆ ก็คัดเลือกมาได้อย่างเหมาะสม ดูไม่ขัดตาเลยแม้แต่น้อย หากได้ชมแล้ว คุณจะรู้ว่าทำไมหนังถึงได้ชื่อว่า ‘ทองดี ฟันขาว’ และตัวหนังได้พิสูจน์ให้เห็นว่า หนังไทยก็ไม่แพ้หนังแอ็คชั่นสายฮาของเมืองนอกเมืองนาเค้าเลย ทั้งฉากบู๊แอ็คชั่นที่จัดมาเต็มรูปแบบ ไหนจะมีมุกตลกที่ปล่อยมาไม่หยุดหย่อน อาจจะมีคำหยาบบ้างตามยุคสมัย แต่ก็ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดที่ฟังดูนุ่มนวลพอสมควร เด็กที่โตหน่อยก็ดูได้ ผู้ปกครองสบายใจหายห่วง แถมยังได้รู้เกร็ดประวัติศาสตร์อีกด้วย

ขุนพันธ์ ภาพยนตร์ไทย

ปี พ.ศ. 2483 หลังปราบเสือกรับ คำทองได้สำเร็จ ร้อยตำรวจโท ขุนพันธรักษ์ราชเดชได้รับภารกิจให้ไปสืบข่าวอัลฮาวียะลู จอมโจรแบ่งแยกดินแดน ผู้ครอบครอง “ไตรภาคี” ของหายาก 3 สิ่งที่เชื่อว่ามีพลังวิเศษ

eazyportal.com ขุนพันธ์แฝงตัวเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงที่มีผู้นำคือ

ไข่โถ และทำงานในสโมสรงาช้างของหลวงโอฬาร ข้าราชการผู้ฉ้อฉลที่หลอกใช้อัลฮาวียะลูเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ด้านอัลฮาวียะลูเค้นถามตำรวจสองนายที่รอดชีวิตจากการถูกกองโจรของตนซุ่มโจมตีจนพบว่า ยังมีตำรวจนายหนึ่งแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ ขุนพันธ์เดินทางไปพบพ่อของอัลฮาวียะลูและพบว่าในวัยเด็ก อัลฮาวียะลูเคยเทิดทูนพ่อ แต่สูญเสียแม่จากเหตุชุลมุนระหว่างพ่อของเขากับตำรวจ จึงทำให้อัลฮาวียะลูห่างเหินกับพ่อและเกลียดตำรวจมาก เขาตั้งกองโจรขึ้นมาเพื่อปกครองพื้นที่แถบเทือกเขาบูโด เวลาต่อมา ขุนพันธ์ไปพบมาลัย น้องสาวของไข่โถก่อนจะถูกกองโจรของอัลฮาวียะลูซุ่มโจมตี ขุนพันธ์ถูกยิงแต่หนีรอดไปได้

หลังฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ขุนพันธ์ไปพบหลวงโอฬารที่สถานีตำรวจในฐานะสารวัตรคนใหม่ ขุนพันธ์สั่งพักราชการหลวงโอฬารในข้อหาต้องสงสัยฆ่าจเรตำรวจและซ่องโจร ด้านหลวงโอฬารท้าให้ขุนพันธ์หาหลักฐานมายืนยันให้ได้ภายใน 3 วัน หลังจากนั้น ขุนพันธ์ออกปราบชุมโจรต่าง ๆ และประกาศให้โจรทั้งหลายมาลงทะเบียนเลิกเป็นโจรแลกกับการจับเป็น ระหว่างนั้นตำรวจใต้บัญชาของขุนพันธ์แจ้งข่าวว่า กองโจรของอัลฮาวียะลูกำลังฆ่าล้างหมู่บ้านชาวประมงที่เคยช่วยชีวิตขุนพันธ์ไว้ ก่อนที่ขุนพันธ์จะสู้กับบุหงา ลูกน้องของหลวงโอฬารและใช้อาคมจนพบว่า บุหงาต้องมาทำงานนี้เพราะเป็นหนี้ชีวิตอัลฮาวียะลู

ขุนพันธ์กับตำรวจนายอื่น ๆ ไปที่หมู่บ้านและพบว่าชาวบ้านบางส่วนหนีเข้าไปอยู่ในป่า ขุนพันธ์จึงให้ชาวบ้านหนีไปขึ้นรถไฟของทหารญี่ปุ่น แต่ทั้งหมดถูกกองโจรนำโดย เสือสัง ลูกน้องมือขวาของอัลฮาวียะลูไล่ตามมา ขุนพันธ์สู้กับกองโจรก่อนจะสู้กับเสือสังบนหลังคารถไฟจนเสือสังถูกแทงตาย ขุนพันธ์และตำรวจนายอื่น ๆ รวมถึงไข่โถและมาลัยย้อนกลับไปที่สโมสรงาช้างเพื่อเผชิญหน้ากับหลวงโอฬาร เมื่อไปถึง กลุ่มของขุนพันธ์ปะทะกับกองโจรของอัลฮาวียะลู ทำให้ตำรวจใต้บัญชาของขุนพันธ์ ไข่โถและมาลัยถูกยิงตาย ส่วนหลวงโอฬารหนีรอดไปได้ ขุนพันธ์สู้กับอัลฮาวียะลูตัวต่อตัว และทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อของอัลฮาวียะลูคือช่วยปลดปล่อยวิญญาณของอัลฮาวียะลู ก่อนจะแทงอัลฮาวียะลูจนตาย เวลาต่อมา ขุนพันธ์ตามล่าหลวงโอฬารและยิงหลวงโอฬารจนตาย

ในฉากหลังเครดิต ขุนพันธ์นั่งคุยอยู่กับเสือใบและบอกให้เสือใบมอบตัวเพื่อแลกกับการจับเป็น

 

ฟ้าทะลายโจร (2000) หนังไทยสุดแหวกแนวเรื่องแรกที่ได้เข้าฉายใน Cannes Film Festival

ฟ้าทะลายโจร : Tears of the Black Tiger

“รักซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ”

ฟ้าทะลายโจร (2000)

ฟ้าทะลายโจร (2000)

หากจะนึกถึงหนังไทยดีๆที่ถูกลืม มีอยู่หลายเรื่อง วันนี้ผมอยากจะนำเรื่องหนึ่งมาย้อนรำลึกให้กับทุกคน หลายคนอาจจะเคยได้ยินมากันบ้าง เรื่องที่ว่านี้ก็คือ “ฟ้าทะลายโจร” หนังไทยนอกกระแสที่ประสบความสำเร็จในการเข้าฉายตามเทศกาลหนังต่างๆ แต่ในประเทศไทยกลับไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก อย่างไรก็ตามนี่คือหนึ่งในหนังไทยชั้นเยี่ยมที่น่าสนใจ

มารู้จักกับภาพยนตร์เรื่อง ” ฟ้าทะลายโจร “

ฟ้าทะลายโจร (2000)

ฟ้าทะลายโจร (2000)
Tears of the Black Tiger หรือ ฟ้าทะลายโจร กำกับโดย คุณวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ฟ้าทะลายโจรจัดเป็นหนังเรื่องแรกของคุณวิศิษฏ์ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างชื่อเสียงในนานาชาติได้มากมาย หนังได้เข้าฉายในเทศกาลหนังต่างๆ เช่น Sundance , Vancouver , Seatlle , International Film Festival Rotterdam และที่อื่นๆนับไม่ถ้วน

ที่สำคัญยังเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ถูกนำไปฉายใน Cannes Film Festival ปี 2001 (Un Certain Regard) เทศกาลที่เป็นเสมือนออสการ์ของกลุ่มหนังนอกกระแสและหนังอาร์ต นอกจากนี้ในประเทศไทยก็ได้รางวัลจากสถาบันหลักๆไปเป็นจำนวนมาก ไม่ธรรมดาจริงๆ (อีกหนังไทยเรื่องเยี่ยมที่คุณวิศิษฏ์กำกับมา ก็เรื่อง ” หมานคร ” สร้างชื่อในวงการภาพยนตร์นานาชาติเช่นกัน)

ฟ้าทะลายโจร ทำออกมาในแนวหนังคาวบอยย้อนยุค มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับความรักของ ดำ ลูกชายกำนันที่ดันไปหลงรักกับ รำเพย ลูกสาวของพระยาคนใหญ่คนโต ความรักนี้เกิดขึ้นในวัยเด็กและไม่สมหวังนัก จนกระทั่งโตมาได้พบกันอีกครั้ง ทั้งคู่สัญญาจะหนีไปอยู่ด้วยกัน ดำประสบเคราะห์กรรมจับผลัดจับผลูไปทำงานกับ “เสือฝ้าย” ขุนโจรชื่อดัง ดำรับตำแหน่งเป็น “เสือดำ” มือขวาเสือฝ้าย มีคู่หูคือ “เสือมเหศวร” มือซ้ายของเสือฝ้าย ส่วนรำเพยก็ถูกครอบครัวบังคับแต่งงานกับ ร.ต.อ.กำจร ตำรวจมือปราบหนุ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในตำรวจที่ได้รับภารกิจปราบเสือทั้งหลาย

“รักซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ”

ฟ้าทะลายโจร (2000)
ใครที่ไปเห็นปกแล้วคิดว่า ‘ฟ้าทะลายโจร’ เป็นหนังเก่า อย่าเข้าใจผิดนะ หนังสร้างในปี 2000 (พ.ศ.2543) เอง ไม่เก่าขนาดโบราณย้อนยุคไปแบบ 30 – 40 ปี เพียงแต่ผู้กำกับแกสร้างออกมาเลียนแบบหนังคาวบอยย้อนยุค โดยสไตล์การดำเนินเรื่องจะแฝงกลิ่นอายแบบหนังสมัยก่อน ไม่ฉับไว แอ็คชันแข็งๆ แต่ในแง่บทหนังและเนื้อเรื่องถูกออกแบบมาในลักษณะหนังปัจจุบันที่มีความสมเหตุสมผล จึงไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด และเหมือนเรากำลังดูหนังปัจจุบันที่ทำออกมาแบบย้อนยุคนั่นเอง (แถมสนุกอีกด้วย)

สไตล์ปมเนื้อเรื่องก็จะออกโทนหนังไทยสมัยก่อน ตามสโลแกน “รักซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ” ในหนังมีปมหลายเรื่องที่เราคุ้นเคยจากหนังไทย เช่น ความรักที่ไม่สมหวังระหว่างพระเอกกับนางเอก (ฟีลดอกฟ้ากับหมาวัด) เพื่อนรักหักเหลี่ยม การทรยศกันไปมา ปมเหล่านี้ถูกนำมาผสมกับการเขียนบทแบบปัจจุบันทำให้บทหนังมีชั้นเชิง ดูลึก มีมิติมากขึ้น หักมุมไปมา (แทนที่จะทื่อๆแบบหนังสมัยก่อน) มี Flashback ย้อนตัดไปตัดมา ทำให้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกไปกับการค่อยๆคลี่ปมต่างๆ

ในแง่คุณค่าทางประวัติศาสตร์ รายละเอียดชื่อตัวละครต่างๆที่เป็นเสือได้ถูกหยิบยืมมาจากขุนโจรในสมัยก่อนที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย และเหตุการณ์ในเรื่องก็ดัดแปลงมาจากประวัติศาสตร์ยุคที่เมืองไทยเต็มไปด้วยก๊กเสือต่างๆที่คอยดักปล้นเงินคน นอกจากนี้ยังสะท้อนภาพสังคมไทย ค่านิยมไทยๆ ยุคราวปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เราเห็นภาพยุคนั้นได้ชัดเจน (แต่ก็คงไม่คาวบอยขนาดจ๋าแบบในหนัง) รวมทั้งลักษณะร่วมของหนังยุคเก่าที่โดดเด่นก็ถูกนำมาเล่าผ่านฟ้าทะลายโจรได้ครอบคลุม ก็คือ

‘เราจะได้ดูเอกลักษณ์สำคัญของหนังสมัยก่อนบนการทำหนังแบบสมัยใหม่นั่นเอง’

ฟ้าทะลายโจร (2000)
เทคนิคสีอันฉูดฉาดเกินจริง
นี่เป็นหนึ่งในไม้เด็ดชิ้นสำคัญของฟ้าทะลายโจรที่สร้างความฮือฮาและรางวัลจากเทศกาลหนังต่างๆ โดยการย้อมสีหนังทั้งเรื่องให้ฉูดฉาดเกินจริง เลียนแบบสีโปสเตอร์หนังสมัยก่อนที่จะฉูดฉาดๆ จุดนี้ผมถือว่าเป็นกึ๋นของจริงของผู้กำกับ แกทำได้ล้ำมาก กล้ามาก เทคนิคนี้ก็แทบไม่มีคนใช้ในยุคปัจจุบัน เพราะมันควบคุมและทำได้ยาก รวมถึงคนดูไม่คุ้นตา เสี่ยงที่จะทำให้หนังเจ๊งได้ง่าย ซึ่งสำหรับฟ้าทะลายโจร ผมต้องขอชื่นชมในความกล้าจริงๆ กล้าที่จะนำเทคนิคยากๆแบบนี้มาใช้ ทั้งยังเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับวงการหนังไทยและวงการภาพยนตร์โลก

[ เห็นล่าสุดที่มีใช้การปรับโทนสีย้อนยุคก็เรื่อง La La Land (2016) แต่ก็ไม่ได้ย้อมซะขนาดเหมือนฟ้าทะลายโจร ]

ฟ้าทะลายโจร (2000)
ฉากแอ็คชันต่อสู้สุดคลาสสิค

ฟ้าทะลายโจร (2000)
ฉากแอ็คชันหลายฉากมีความคลาสสิคแบบหนังย้อนยุค แม้มันไม่ฉับไวแบบหนังปัจจุบัน แต่ท่าทางการแอ็คชัน มุมกล้อง ฉากต่างๆ ยาวไปจนถึงโปรดักชันสถานที่ต่างๆกลับสวยงาม ตรึงอารมณ์คนดู ราวกับเรากำลังดูงานศิลปะ ยิ่งเฉพาะฉากดวลปืนทั้งตอนต้นเรื่องกับท้ายเรื่องเท่มาก

ฟ้าทะลายโจร (2000)
อีกฉากที่ผมว่าอลังการชอบเป็นพิเศษก็คือ ฉากกลุ่มเสือฝ้ายกำลังควบม้าตะบึงอยู่บนทุ่งหญ้า 20-30 กว่าตัว สวยงามและอลังการมาก (เพิ่งจะเคยเห็นหนังคาวบอยไทยที่ขี่ม้ากันเหมือนเป็นคาวบอยจริงๆ)

มุมนักแสดง
ฟ้าทะลายโจร (2000)


ในมุมนักแสดง ก็แสดงได้ดีทุกคน ซึ่งแอ็คติ้งต่างๆก็จะเป็นการแสดงแบบหนังสมัยก่อน ดูแข็งๆ คำพูดเชยๆ โดยรวมนักแสดงก็แสดงได้ดีมาก : เสือดำ – ชาติชาย งามสรรพ์ (เคยเจอหน้าพี่แกในเรื่อง 2499) , รำเพย – สเตลล่า มาลูกี้ (สวยมาก) , เสือมเหศวร – พี่ต็อก ศุภกรณ์ (แสดงดีมากๆ) , ร.ต.อ.กำจร – เอ พศิน เรืองวุฒิ , เสือฝ้าย – สมบัติ เมทะนี (พระเอกสมัยก่อนตัวจริง 555)

รวมเพลงประกอบภาพยนต์ 2499 อันธพาลครองเมือง

หลายๆคนคงจะรู้จักหนังเรื่อง 2499อันธพาลครองเมืองกันอยู่แล้ว หนังเรื่องนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการภาพยนตร์ไทย จากที่ขณะนั้นหนังไทยกำลังซบเซาให้ได้กลับมาครึกครื้นและได้รับความสนใจจากคนดูอีกครั้ง แล้วหนังยังสามารถสร้างรายได้มากถึง 75ล้านบาท เรียกได้ว่าในตอนนั้นเป็นหนังดังที่ทุกคนต้องพูดถึง ถือเป็นการเปิดศักราชยุคใหม่ให้ภาพยนตร์ไทยอย่างแท้จริง เกิดกระแสต่างๆมากมาย และแน่นอนว่าเพลงประกอบภาพยนต์ก็ต้องเป็นที่นิยม และฮิตมากแน่ๆ เราจึงได้นำรายชื่อเพลงประกอบภาพยนต์มาฝากเพื่อนๆ สำหรับใครที่ยังไม่เคยรู้มาก่อน!!

2499 อันธพาลครองเมือง
ภาพยนต์ 2499 อันธพาลครองเมือง
เรามาทำความรู้จักกับวงดนตี ผู้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง ก่อนดีกว่า!

วูล์ฟแพ็ค
วูล์ฟแพ็ค (Wolfpack) วงดนตรีสัญชาติไทย เป็นการรวมตัวของนักดนตรีจากวงต่าง ๆ 4 คน โดยมีความหมายถึง ฝูงหมาป่าที่ออกล่าเหยื่อเป็นกลุ่ม และสามัคคีกัน มีสมาชิกคนสำคัญ ได้แก่ นล สิงหลกะ (อ๋อ) มือกลอง และ รณภพ อรรคราช (เต้ย) มือกีตาร์ จากวงอินคา ร่วมด้วย ประภาคาร วงศ์ช่างหล่อ มือเบส และ วรวิทย์ แสงสีดา (แบน) กีต้าร์/คีย์บอร์ด/เปียโน โดยมีศิริพันธ์ เจริญรัตน์ เป็นโปรดิวเซอร์ ควบคุมการผลิตผลงานของอัลบั้ม

วูล์ฟแพ็ค ออกอัลบั้มชื่อเดียวกับวงในต้นปี พ.ศ. 2539 กับค่ายเอ็มสแควร์ มีทั้งหมด 11 เพลง โดยเป็นดนตรีฮาร์ดร็อก ย้อนยุคในทศวรรษที่ 60 และ 70 มีเพลงที่ได้รับความนิยม คือ ไม่ (ใช่ของเรา), คำ (บางคำ), เธอ (ผู้เดียว) และในต้นปี พ.ศ. 2540 วูล์ฟแพ็คก็ได้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง

เพลงประกอบภาพยนตร์ 2499 อันธพาลครองเมือง

  • 7 วันที่ฉันเหงา
  • อย่ามาใกล้ฉัน
  • แค่คำว่ารัก
  • สิ่งสุดท้าย
  • อันธพาล
  • 2499 อันธพาลครองเมือง
    ภาพยนต์ 2499 อันธพาลครองเมือง
    2499 อันธพาลครองเมือง
    ภาพยนต์ 2499 อันธพาลครองเมือง

    เรื่องย่อ 2499 อันธพาลครองเมือง (2540)

    2499 อันธพาลครองเมือง

    เรื่องราวทั้งหมดเล่าโดยผ่านความทรงจำของ เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ (สุริยัน ศักดิ์ไธสง-ให้เสียงบรรยายโดย รุจน์ รณภพ) ก่อนปี พ.ศ. 2500 สมัยที่กรุงเทพ ฯ ยังถูกเรียกว่าพระนคร อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกเริ่มหลั่งไหลมายังกลุ่มวัยรุ่นเมืองไทย แดง (เจษฎาภรณ์ ผลดี) เป็นหัวโจกเด็กวัยรุ่น แดงเป็นลูกของ โฉม (ปาริชาต บริสุทธิ์) คนงานบ้านโสเภณีที่ตรอกไบเล่ย์ ข้างหัวลำโพง เขาจึงสร้างปมเด่นขึ้นมาด้วยการเป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาลเพื่อกลบปมด้อยที่เป็นลูกโสเภณี แดงมีเพื่อนสนิทคือ ปุ๊ (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ), ดำ (ชาติชาย งามสรรพ์), แหลม (นพชัย มัททวีวงศ์) และ เปี๊ยก (อรรถพร ธีมากร) แดงสร้างชื่อจากการสังหารเฮียหมา นักเลงท้องถิ่นในงานฉลองวันขึ้นปีใหม่ วันหนึ่งในงานเจมส์ ดีนรำลึก พวกแดงได้เจอกับนักร้องสาวคนหนึ่งชื่อ วัลลภา (แชมเปญ เอ็กซ์) วัลลภามีท่าทีสนใจแดงทั้งสองคนจึงได้รู้จักกัน ครั้งนึงปุ๊ไปมีเรื่องกับเด็กในแก๊งของเปี๊ยก ทำให้เปี๊ยกออกรับหน้าแทนจึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น ทำให้เปี้ยกต้องติดคุกและโดนไล่ออกจากโรงเรียนในภายหลัง เป็นชนวนเหตุให้แก๊งระเบิดขวดที่นำโดยปุ๊ และแก๊งไบเล่ย์ของแดงเกิดบาดหมางและก่อให้เกิดเรื่องราวความรุนแรงในเวลาต่อมา

    ทั้งคู่ยกพวกตีกันหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ถนนสิบสามห้าง ย่านบางลำพู หรือในที่ใด ๆ ก็ตาม จนเมื่อเกิดการรัฐประหารโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี พ.ศ. 2501 ความเด็ดขาดที่จะปราบปรามแก๊งวัยรุ่น ทำให้แดงและเปี๊ยกต้องหนีไปพึ่ง หมู่เชียร (อภิชาติ ชูสกุล) ลูกพี่เก่าที่อู่ตะเภา หมู่เชียรกำลังจะเปิดคาสิโนแห่งใหม่ที่นั่นเพื่อรองรับเหล่าทหารอเมริกันที่มารบในสงครามเวียดนาม จึงรับแดงและเปี๊ยกเข้ามาเป็นลูกน้อง ต่อมาไม่นานแหลมก็ตามมา รวมทั้งปุ๊และดำด้วย แดงไม่เห็นด้วยที่หมู่เชียรรับปุ๊และดำ ในที่สุดปุ๊และดำก็ทรยศ โดยไปเข้ากับผู้ใหญ่เต๊ก ผู้ทรงอิทธิพลคู่แข่งหมู่เชียร ในที่สุดหมู่เชียรก็ถูกยิงตาย แดงและพวกจึงตกอยู่ในสภาพเสียหัวเรือ ต่อมาได้ล้างแค้นให้หมู่เชียรโดยยิงกับพวกปุ๊และผู้ใหญ่เต๊กกลางตลาด

    ต่อมา แม่ของแดงขอให้แดงบวช แดงยอมบวช แต่ในงานบวช ปุ๊และดำก็มาป่วน แดงและพวกยิงกับปุ๊และดำกลางงาน หลายคนตาย แดงก็บาดเจ็บสาหัสหนัก ที่สุดเขาก็ไม่ได้บวช และไปเป็นลูกน้องเสี่ยจิว ผู้ทรงอิทธิพลที่ชลบุรี และท้ายที่สุดเขาก็รถคว่ำตาย ด้วยวัยเพียง 24 ปี แบบเดียวกับ เจมส์ ดีน วีรบุรุษที่เขารัก

    ภาพยนตร์ 2499 อันธพาลครองเมือง

    2499 อันธพาลครองเมือง

    a12

    เนื้อเรื่อง

                        เรื่องราวทั้งหมดเล่าโดยผ่านความทรงจำของ เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ (สุริยัน ศักดิ์ไธสง-เสียงบรรยายโดย รุจน์ รณภพ) ก่อนปี พ.ศ. 2500 สมัยที่กรุงเทพ ฯ ยังถูกเรียกว่าพระนครอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกเริ่มหลั่งไหลมายังกลุ่มวัยรุ่นเมืองไทย แดง (เจษฎาภรณ์ ผลดี) เป็นหัวโจกเด็กวัยรุ่น แดงเป็นลูกของ โฉม (ปาริชาต บริสุทธิ์) คนงานบ้านโสเภณีที่ตรอกไบเล่ย์ ข้างหัวลำโพง เขาจึงสร้างปมเด่นขึ้นมาด้วยการเป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาลเพื่อกลบปมด้อยที่เป็นลูกโสเภณี แดงมีเพื่อนสนิทคือ ปุ๊ (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ), ดำ (ชาติชาย งามสรรพ์), แหลม (นพชัย มัททวีวงศ์) และ เปี๊ยก (อรรถพร ธีมากร) แดงสร้างชื่อจากการสังหารเฮียหมา นักเลงท้องถิ่นในงานฉลองวันขึ้นปีใหม่ วันหนึ่งในงานเจมส์ ดีนรำลึก พวกแดงได้เจอกับนักร้องสาวคนหนึ่งชื่อ วัลลภา (แชมเปญ เอ็กซ์) วัลลภามีท่าทีสนใจแดงทั้งสองคนจึงได้รู้จักกัน ครั้งนึงปุ๊ไปมีเรื่องกับเด็กในแก๊งของเปี๊ยก ทำให้เปี๊ยกออกรับหน้าแทนจึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น ทำให้เปี้ยกต้องติดคุกและโดนไล่ออกจากโรงเรียนในภายหลังa13 เป็นชนวนเหตุให้แก๊งระเบิดขวดที่นำโดยปุ๊ และแก๊งไบเล่ย์ของแดงเกิดบาดหมางและก่อให้เกิดเรื่องราวความรุนแรงในเวลาต่อมา  ทั้งคู่ยกพวกตีกันหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ถนนสิบสามห้าง ย่านบางลำพู หรือในที่ใด ๆ ก็ตาม จนเมื่อเกิดการรัฐประหารโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี พ.ศ. 2501 ความเด็ดขาดที่จะปราบปรามแก๊งวัยรุ่น ทำให้แดงและเปี๊ยกต้องหนีไปพึ่ง หมู่เชียร (อภิชาติ ชูสกุล) ลูกพี่เก่าที่อู่ตะเภา หมู่เชียรกำลังจะเปิดคาสิโน

    แห่งใหม่ที่นั่นเพื่อรองรับเหล่าทหารอเมริกันที่มารบในสงครามเวียดนาม จึงรับแดงและเปี๊ยกเข้ามาเป็นลูกน้อง ต่อมาไม่นานแหลมก็ตามมา รวมทั้งปุ๊และดำด้วย แดงไม่เห็นด้วยที่หมู่เชียรรับปุ๊และดำ ในที่สุดปุ๊และดำก็ทรยศ โดยไปเข้ากับผู้ใหญ่เต๊ก ผู้ทรงอิทธิพลคู่แข่งหมู่เชียร ในที่สุดหมู่เชียรก็ถูกยิงตาย แดงและพวกจึงเป็นอิสระ และล้างแค้นให้หมู่เชียรโดยยิงกับพวกปุ๊กลางตลาด ต่อมา แม่ของแดงขอให้แดงบวช แดงยอมบวช แต่ในงานบวช ปุ๊และดำก็มาป่วน แดงและพวกยิงกับปุ๊และดำกลางงาน หลายคนตาย แดงก็บาดเจ็บสาหัสหนัก ที่สุดเขาก็ไม่ได้บวช และไปเป็นลูกน้องเสี่ยจิว ผู้ทรงอิทธิพลที่ชลบุรี และท้ายที่สุดเขาก็รถคว่ำตาย ด้วยวัยเพียง 24 ปี แบบเดียวกับ เจมส์ ดีน วีรบุรุษที่เขารัก

    https://youtu.be/3D4t3NjuPj0