ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 19

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา”พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ” ฉบับที่ 19 ส่วน กทม. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20

บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้หลายพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้

– ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

– ภาคกลาง บริเวณชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดชัยภูมิ อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และบุรีรัมย์

– ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี

ในช่วงวันที่ 19-20 มีนาคม 2560 พายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นบริเวณภาคเหนือ และภาคกลาง มีแนวโน้มลดลง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ยังคงมีต่อเนื่องในระยะนี้ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงยังคงแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 18-19 มีนาคม 2560 มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 06:00 น.วันนี้ – 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.พัทลุง ยื่น สนช.คัดค้านวาระ 5 ปี

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.พัทลุง ยื่นหนังสือผ่าน สนช. คัดค้านวาระ 5 ปี ขณะที่ชาวบ้านเห็นด้วยจะได้คนขยันทำงานเข้ามาดูแลประชาชน

ที่ศาลาประชาคม อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 2 พร้อมคณะกรรมการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงเพื่อรับฟังปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจ ในการดำเนินงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ขณะที่ นายประกอบ เมืองทัง อดีตกำนันคนดัง ตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน เรียกร้องให้ สนช. เร่งแก้ปัญหาการจัดสรรงบประมาณของรัฐให้กับส่วนท้องถิ่นต่างๆโดยไม่เป็นธรรม เปิดโอกาสให้คนจนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ กระจายกำลังตำรวจไปยังท้องถิ่นชนบท และให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนั้น นายปรีดา มนตรี นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดพัทลุงและเป็นตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้าน 14 จังหวัดภาคใต้ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อขอคัดค้านกำนันผู้ใหญ่บ้านวาระ 5 ปี ซึ่ง สนช.จะนำกลับไปประกอบการพิจารณาต่อไป ขณะที่ชาวบ้านระบุ ที่ผ่านมา หากมีการเลือกตั้งวาระ 5 ปี ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะจะได้คนขยันทำงานเข้ามาดูแลประชาชน และจะได้สร้างผลงาน

นอกจากนี้ นายพีระศักดิ์ ยังได้มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จำนวน 600 ถุง อีกด้วย และยังมีคณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดหนึ่ง ได้ลงพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน เพื่อตรวจเยี่ยมการขุดลอกผักตบชวาในทะเลน้อย หลังจากที่ถูกน้ำพัดพา ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาเช่นกัน

ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ ประชาชน 85.6% หนุนใช้ ม.44 คุมสงกรานต์

ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ ประชาชน 85.6% หนุนใช้ ม.44 คุมสงกรานต์ – 95.9 กังวลเจอคนเมาแล้วขับบนถนนเส้นทางเดียวกัน

ชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “โพลกังวลเจอคนขับรถไม่ดี คนเมาแล้วขับ บนถนนเส้นทางเดียวกัน กับ มาตรา 44 คุมเข้มอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์” จากกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,499 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 13 – 18 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า คนขับรถมอเตอร์ไซต์จำนวนมากสูงถึง ร้อยละ 52.9 ตั้งใจจะดื่มเบียร์ ร้อยละ 48.9 ตั้งใจจะดื่มเหล้า แสดงให้เห็นว่าในกลุ่มคนขับรถมอเตอร์ไซต์บางส่วนตั้งใจจะดื่มทั้งเหล้าและเบียร์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ในขณะที่ คนขับรถยนต์จำนวนมากเช่นกันตั้งใจจะดื่มเบียร์ ร้อยละ 46.6 และจะดื่มเหล้า ร้อยละ 41.9

ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ในทุกกลุ่มทั้งที่เป็นคนขับรถยนต์ ขับรถมอเตอร์ไซต์และกลุ่มคนไม่ขับ ร้อยละ 82.3 ร้อยละ 82.7 และร้อยละ 84.6 ระบุมีโอกาสจะเจอกับคนเมาแล้วขับบนถนนเส้นทางเดียวกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ และที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.9 กังวล คนขับรถไม่ดี คนเมาแล้วขับ บนถนนเส้นทางเดียวกัน ช่วงสงกรานต์ปีนี้ ทำลายความสุขของคนไทย โดยในส่วนการใช้ มาตรา 44 คุมคนเมาแล้วขับ ให้ตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์คนขับที่เกิดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ทุกรายไม่มียกเว้น ไม่ต้องใช้ดุลพินิจ ไม่ต้องเปิดช่องให้คนเมาแล้วขับหลุดรอด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.6 เห็นด้วย ในขณะที่ ร้อยละ 14.4 ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 เห็นด้วยกับมาตรการคุมเข้ม บริษัทประกันไม่ต้องจ่ายให้ฝ่ายคนเมาแล้วขับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

แพทย์เตือน ‘แมงกะพรุน’ มีพิษถึงตายระบาดช่วงมรสุม

แพทย์เตือนแมงกะพรุน มีพิษถึงตาย เริ่มพบในประเทศไทยแล้ว หากถูกพิษใช้น้ำส้มสายชูราดต่อเนื่อง 30 วินาที ก่อนส่งแพทย์

รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ แพทย์หญิงลักขณา ไทยเครือ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เริ่มพบแมงกระพรุนที่มีพิษรุนแรงถึงขั้นทำให้มนุษย์เสียชีวิตได้มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงมรสุมหรือหลังฝนตกแต่ไม่ใช่พายุ โดยแมงกะพรุนที่น่ากลัวและมีพิษรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้มีอยู่ 2 ชนิด คือแมงกะพรุนกล่อง และแมงกะพรุนหัวขวด

ลักษณะของแมงกะพรุนจะมีลักษณะลำตัวใส แมงกะพรุนกล่องจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนกล่องมีมุม 4 มุม ถ้าตามมุมมีสายยาวออกมา 1 เส้นจะเรียกว่า สายเดียว หรือสายเดี่ยว ถ้าหากตามมุมมีสายออกมาหลายเส้น เรียกว่าหลายสาย โดย 2 ชนิดนี้จะมีความเร็วในการแพร่พิษต่างกันและมีอาการต่างกัน ซึ่งในประเทศไทยจากการสำรวจแมงกะพรุนที่ทำให้เสียชีวิตได้และเสียชีวิตมาแล้วหลายราย คือ แมงกะพรุนหลายสาย ซึ่งแมงกะพรุนชนิดนี้ สามารถว่ายน้ำได้โดยที่สายบนลำตัวของแมงกะพรุนจะมีกระเปาะพิษใช้ในการจับสัตว์เล็กประเภท กุ้ง ปลา เป็นอาหาร โดยพบมากบริเวณชายหาดที่มีลักษณะน้ำเรียบๆใสๆ หรือหลังฝนตก ซึ่งถ้าผิวหนังไปสัมผัสและโดนพิษประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์โอกาสเสียชีวิตมีสูง แล้วจะมีอาการปวดมากถ้าโดนในปริมาณเยอะๆจะหมดสติและสลบอยู่หน้าชายหาด หัวใจจะหยุดเต้น ต้องช่วยด้วยการปั๊มหัวใจเบื้องต้น

โดยแมงกะพรุนกลุ่มนี้หากโดนพิษห้ามได้รับการกระทบกระเทือน เช่น การขูด-ถู หรือนำวัสดุไปขยี้หรือทา เพราะจะทำให้พิษแพร่กระจายเร็วขึ้น ซึ่งถ้าหากพบผู้ป่วยที่ได้รับพิษบริเวณหน้าชายหาดจะต้องใช้น้ำส้มสายชูกลั่นที่ใช้บริโภคนำมาเทราดอย่างต่อเนื่อง 30 วินาที ซึ่งน้ำส้มจะไปทำหน้าที่ระงับไม่ให้กระเปาะพิษของแมงกะพรุนยิงพิษแพร่กระจายเพิ่ม แต่ไม่ใช่การแก้พิษ ส่วนพิษที่เข้าไปในร่างกายแล้ว ก็ต้องนำส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ คำเตือน เมื่อพบว่าตนเองถูกพิษ หรือพบนักท่องเที่ยวถูกพิษห้ามใช้น้ำแข็ง น้ำเปล่า เหล้า โซดา หรือ อื่นๆไปเทราดเป็นอันขาด เพราะจะทำให้พิษยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น วิธีการป้องกันคือการใส่เสื้อผ้าชุดว่ายน้ำแขน-ขายาวห่อหุ้มร่างกายให้มิดชิด ซึ่งจะช่วยป้องกันได้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา”พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ” ฉบับที่ 20

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา”พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ” ฉบับที่ 20 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2560

ประเทศไทยตอนบนยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้หลายพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้

-ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

-ภาคกลาง บริเวณชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา

-ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
ในช่วงวันที่ 19 – 20 มีนาคม 2560 พายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นบริเวณภาคเหนือ และภาคกลาง มีแนวโน้มลดลง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ยังคงมีต่อเนื่องในระยะนี้

ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงยังคงแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

แม่เหยียบหัวลูก โร่พบตำรวจ อ้างไม่มีเจตนาทำร้ายลูก

แม่เหยียบหัวลูก โร่พบตำรวจอ้างไม่มีเจตนาทำร้ายลูก เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีเนื่องจากเป็นคดีอาญาทำร้ายร่างกาย

ร.ต.อ.อภิศักดิ์ นิยมสุข ร้อยเวร สภ.ปากเกร็ด เปิดเผย ความคืบหน้ากรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดิโอ ภาพเหตุการณ์หญิงสาวรายหนึ่งใช้เท้าเหยียบศีรษะเด็กชายพร้อมกับใช้เชือกฟางมัดเด็กไว้กับรั้วเหล็กข้างถนนสร้างความเวทนาแก่ผู้พบเห็น ซึ่งต่อมาทรายว่าเป็นแม่แท้ๆ ของเด็กคนดังกล่าว จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมว่า จากการตรวจสอบทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) เวลาประมาณ 19.00 น.

แห่งหนึ่ง หลังเกิดเหตุได้หลบหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืนและขณะนี้ยังหาไม่เจอตัว ส่วนสาเหตุที่ทำลงไปนั้น เนื่องจากเด็กได้ขโมยเงินจากบ้าน จึงต้องการทำโทษแต่ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายลูกตัวเองรุนแรง

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีเนื่องจากเป็นคดีอาญาทำร้ายร่างกาย แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะต้องตามหาเด็กให้เจอ พร้อมประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะพฤติกรรมของเด็ก ก่อนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ตร.แถลงจับแก๊งขนโคเคนรัสเซีย เผยมีผู้ว่าจ้างในไทย

รอง ผบ.ตร. ร่วมกับ ปส. แถลงจับแก๊งขนโคเคนชาวรัสเซีย ยึดของกลาง 650 กรัม สารภาพมีผู้ว่าจ้างในไทย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงผลการจับกุม นางสาวยูเลีย มาคูโชวา หรือ Ms.YULIA MAKUSHOVA หรือ Ms.IULIIA MAKUSHOVA สัญชาติรัสเซีย (RUSSIAN) พร้อมของกลาง โคคาอีน (COCAINE) 57 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 650 กรัม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และบัตรอีเล็คทรอนิกส์ Tinkoff Bank 1 ใบ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ห้องตรวจเอ็กซเรย์ศุลกากร ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ

ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก ฝ่ายสืบสวนทราบว่า มีจะมีผู้ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศ โดยสารเดินทางมาด้วยสายการบิน ของประเทศบราซิล ปลายทาง ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตาม จนพบ นางสาวยูเลีย ผู้ต้องหามีท่าทางพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พร้อมตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ร่างกาย จนพบวัตถุแปลกปลอมในช่องท้องจำนวนมาก สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าลักลอบนำยาเสพติดดังกล่าวมาส่งมอบให้กับเครือข่ายผู้ว่าจ้างในประเทศไทย

ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) (COCAINE) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) (COCAINE) ไว้ในครอบครองเกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนดเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

รัสเซียประกาศยุติการรบ ในเมืองอเลปโปของซีเรียแล้ว

างการของรัสเซีย ประกาศยุติการรบในเมืองอเลปโปของซีเรียแล้ว หลังกองกำลังของรัฐบาลได้ยึดพื้นที่คืนจากกลุ่มกบฏได้สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วานนี้ (13 ธ.ค. 59) ทางการของรัสเซียได้มีการประกาศยุติปฏิบัติการโจมตี ในเมืองอเลปโปของซีเรียแล้ว โดยนายวิตาลี เชอร์คิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ เผยว่า

การประกาศยุติการโจมตีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกองกำลังของรัฐบาลซีเรีย สามารถควบคุมพื้นที่สุดท้ายที่เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏได้ทั้งหมดแล้วนั่นเอง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทำความตกลงกับนักรบฝ่ายกบฏให้เดินทางออกจากพื้นที่

สำหรับมาตรการดังกล่าวนับว่าเป็นข่าวดีที่เกิดขึ้นในซีเรียในรอบหลายปี หลังมีการสู้รบที่ยืดเยื้อมานานมากกว่า 4 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนยุติ และคาดว่าวิกฤติการณ์ที่เลวร้ายจะจบสิ้นลงเสียที

พระเจ้าอยู่หัวร.10เสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระพิธีธรรมพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ซึ่งเป็นพระพิธีธรรม 8 รูป นิมนต์มาจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ประดิษฐานพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูป ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ

ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังมุขหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าแท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม ทรงคม แล้วประทับพระราชอาสน์ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประชาชนได้ขึ้นมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในระหว่างที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลด้วย

ออสเตรเลียยกย่อง”พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ”บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่

รัฐบาลออสเตรเลียแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอย่างยิ่ง พร้อมทั้งทรงยกย่องให้พระองค์เป็น “บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่”

วันนี้ (14 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ทำเนียบนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเผยแพร่แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี “มัลคอล์ม เทิร์นบูล” แสดงความเสียใจและความอาลัยอย่างสุดซึ้งในนามของรัฐบาลและชาวออสเตรเลีย ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้เทิร์นบูลได้กล่าวยกย่องให้พระองค์ทรงเป็น “บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่” เนื่องจากพระองค์ทรงพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างชัดเจนเป็นลำดับตลอดรัชสมัย 70 ปีแห่งการครองราชย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเคยเสด็จเยือนออสเตรเลียเพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2505 แต่การเสด็จเยือนครั้งนั้นคือการวางรากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับไทยจนถึงปัจจุบัน ด้วยการก่อตั้งสมาคมออสเตรเลีย-ไทย ที่นครซิดนีย์และเมืองเมลเบิร์น

อย่างไรก็ตาม เทิร์นบูลกล่าวด้วยว่า รู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างยิ่งต่อชุมชนชาวไทยในออสเตรเลียที่มีอยู่ราว 50,000 คน ซึ่งกำลังตกอยู่ในบรรยากาศเศร้าสลดต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้