ตร.แถลงจับแก๊งขนโคเคนรัสเซีย เผยมีผู้ว่าจ้างในไทย

รอง ผบ.ตร. ร่วมกับ ปส. แถลงจับแก๊งขนโคเคนชาวรัสเซีย ยึดของกลาง 650 กรัม สารภาพมีผู้ว่าจ้างในไทย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงผลการจับกุม นางสาวยูเลีย มาคูโชวา หรือ Ms.YULIA MAKUSHOVA หรือ Ms.IULIIA MAKUSHOVA สัญชาติรัสเซีย (RUSSIAN) พร้อมของกลาง โคคาอีน (COCAINE) 57 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 650 กรัม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และบัตรอีเล็คทรอนิกส์ Tinkoff Bank 1 ใบ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ห้องตรวจเอ็กซเรย์ศุลกากร ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ

ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก ฝ่ายสืบสวนทราบว่า มีจะมีผู้ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศ โดยสารเดินทางมาด้วยสายการบิน ของประเทศบราซิล ปลายทาง ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตาม จนพบ นางสาวยูเลีย ผู้ต้องหามีท่าทางพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พร้อมตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ร่างกาย จนพบวัตถุแปลกปลอมในช่องท้องจำนวนมาก สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าลักลอบนำยาเสพติดดังกล่าวมาส่งมอบให้กับเครือข่ายผู้ว่าจ้างในประเทศไทย

ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) (COCAINE) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) (COCAINE) ไว้ในครอบครองเกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนดเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

รัสเซียประกาศยุติการรบ ในเมืองอเลปโปของซีเรียแล้ว

างการของรัสเซีย ประกาศยุติการรบในเมืองอเลปโปของซีเรียแล้ว หลังกองกำลังของรัฐบาลได้ยึดพื้นที่คืนจากกลุ่มกบฏได้สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วานนี้ (13 ธ.ค. 59) ทางการของรัสเซียได้มีการประกาศยุติปฏิบัติการโจมตี ในเมืองอเลปโปของซีเรียแล้ว โดยนายวิตาลี เชอร์คิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ เผยว่า

การประกาศยุติการโจมตีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกองกำลังของรัฐบาลซีเรีย สามารถควบคุมพื้นที่สุดท้ายที่เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏได้ทั้งหมดแล้วนั่นเอง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทำความตกลงกับนักรบฝ่ายกบฏให้เดินทางออกจากพื้นที่

สำหรับมาตรการดังกล่าวนับว่าเป็นข่าวดีที่เกิดขึ้นในซีเรียในรอบหลายปี หลังมีการสู้รบที่ยืดเยื้อมานานมากกว่า 4 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนยุติ และคาดว่าวิกฤติการณ์ที่เลวร้ายจะจบสิ้นลงเสียที

พระเจ้าอยู่หัวร.10เสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระพิธีธรรมพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ซึ่งเป็นพระพิธีธรรม 8 รูป นิมนต์มาจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ประดิษฐานพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูป ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ

ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังมุขหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าแท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม ทรงคม แล้วประทับพระราชอาสน์ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประชาชนได้ขึ้นมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในระหว่างที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลด้วย

ออสเตรเลียยกย่อง”พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ”บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่

รัฐบาลออสเตรเลียแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอย่างยิ่ง พร้อมทั้งทรงยกย่องให้พระองค์เป็น “บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่”

วันนี้ (14 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ทำเนียบนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเผยแพร่แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี “มัลคอล์ม เทิร์นบูล” แสดงความเสียใจและความอาลัยอย่างสุดซึ้งในนามของรัฐบาลและชาวออสเตรเลีย ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้เทิร์นบูลได้กล่าวยกย่องให้พระองค์ทรงเป็น “บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่” เนื่องจากพระองค์ทรงพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างชัดเจนเป็นลำดับตลอดรัชสมัย 70 ปีแห่งการครองราชย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเคยเสด็จเยือนออสเตรเลียเพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2505 แต่การเสด็จเยือนครั้งนั้นคือการวางรากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับไทยจนถึงปัจจุบัน ด้วยการก่อตั้งสมาคมออสเตรเลีย-ไทย ที่นครซิดนีย์และเมืองเมลเบิร์น

อย่างไรก็ตาม เทิร์นบูลกล่าวด้วยว่า รู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างยิ่งต่อชุมชนชาวไทยในออสเตรเลียที่มีอยู่ราว 50,000 คน ซึ่งกำลังตกอยู่ในบรรยากาศเศร้าสลดต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้

ร้านอาหาร ปิดประท้วง’ทรัมป์’กีดกันผู้อพยพจนขาดคนทำงาน !!

ร้านอาหารในสหรัฐฯ เดือดร้อน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักดันนโยบายกีกกันผู้อพยพไม่ให้เข้าประเทศ จนทำให้ผู้ประกอบการขาดแคลนแรงงาน

หลังเกิดการริเริ่มนโยบายกีกกันผู้อพยพไม่ให้เข้าประเทศ จนกระทั่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนัดหยุดงานและปิดร้านทั่วสหรัฐฯ เพื่อประท้วงโดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่มีชื่อว่า#daywithoutimmigrant (วันที่ไม่มีผู้อพยพ)

ทั้งนี้ผู้ประท้วงต้องการแสดงจุดยืนที่ชี้ชัดว่า นโยบายจากประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมสหรัฐฯ เนื่องจากไม่มีตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่มีความสำคัญ เนื่องจากขาดแรงงานในการประกอบกิจการ โดยแกนนำกิจกรรม #daywithoutimmigrant ระบุว่า ประเทศสหรัฐฯ จะคงอยู่ต่อไปได้ต้องอาศัยผู้อพยพเช่นกัน

ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมามีร้านขายของชำของชาวเยเมนพากันปิดทั่วนิวยอร์กซิตี้เพื่อประท้วงต่อต้านคำสั่งพิเศษห้ามเดินทางของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งปัจจุบันคำสั่งดังกล่าวถูกศาลสั่งระงับชั่วคราว ขณะที่โดนัลด์ทรัมป์ ได้กล่าวโทษศาลและพยายามผลักดันมาตรการดังกล่าวอีกครั้งในสัปดาห์นี้

รวมไปถึงกลุ่ม #Strike4democracy หรือ “นัดหยุดงานเพื่อประชาธิปไตย” ที่เคลื่อนไหวด้วยการนัดหยุดงานและงดการออกไปใช้จ่ายในวันที่ 17 ก.พ. เพื่อต่อต้านรัฐบาล อย่างไรก็ตามในเดือน มี.ค.นี้จะมีการประท้วงใหญ่ในชื่อ “วันที่ไม่มีผู้หญิง”

นิตยสารในสหรัฐฯ ระบุว่า ธุรกิจร้านอาหารที่ให้การสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีบางร้านที่เสิร์ฟแต่เครื่องดื่มโดยไม่เสิร์ฟอาหาร เพื่อยืนยันว่าพวกเขาเปิดครัวไม่ได้หากไม่มีผู้อพยพ

อย่างไรก็ตามผลสำรวจของศูนย์วิจัยพิวระบุว่า มีจำนวนกลุ่มผู้อพยพที่อพยพเข้าเมืองโดยไม่มีเอกสารอนุญาต (undocumented immigrants) ทำงานเป็นลูกจ้างในอุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหารร้อยละ 9 ในสหรัฐฯในปี 2557

‘ยายคำมั่น’ น้องสาว ‘หลวงพ่อคูณ’ ยื่นขอสรีระสังขารคืน

ยายคำมั่น น้องหลวงพ่อคูณ บุก ม.ขอนแก่น ขอสรีระสังขารอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ กลับวัดบ้านไร่ ให้ลูกหลานได้ฌาปนกิจ

นางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ น้องสาวของพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยคนในครอบครัวและกรรมการวัดบ้านไร่ เข้ายื่นหนังสือต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อขอนำสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ กลับไปฌาปนกิจที่ วัดบ้านไร่ หลังครบกำหนดการเป็นครูใหญ่ของคณะแพทยศาสตร์ ในปี 2561

โดยมี นายธัญญา ภักดี ผู้อำนวยการกองกลาง เข้ารับหนังสือดังกล่าวแทน คุณยายคำมั่น บอกว่า ตั้งแต่หลวงพ่อคูณละสังขารมาจนถึงปัจจุบัน ท่านยังคงไม่ได้เดินทางกลับวัดบ้านไร่ แม้แต่ครั้งเดียว

ขณะที่คนในครอบครัว รวมถึงญาติโยมส่วนใหญ่ ยังไม่ได้เดินทางมากราบหรือทำบุญให้กับหลวงพ่อ จึงทำหนังสือยื่นเรื่องให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น พิจารณาส่งมอบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ให้กับครอบครัว หลังสิ้นสุดกระบวนการหรือขั้นตอนต่าง ๆ ตามที่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะมีการพิจารณาตามขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป

พระสังฆราชทรงห่วงปัญหาธรรมกาย ด้าน คณะสงฆ์เคยประสานธัมมชโยมอบตัว แต่ไร้ผล

พระสังฆราชทรงห่วงปัญหา ‘ธรรมกาย’ ด้าน ผู้ตรวจราชการพระพุทธศาสนา เผย เคยประสานให้ธัมมชโยมอบตัว แต่ไม่มีการตอบรับ

พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขตในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ไม่ให้พระวัดพระธรรมกายไปสอบพระปริยัติธรรมวันนี้ ว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งอธิบดีได้อนุญาตให้พระสงฆ์เดินทางไปสอบได้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ซึ่งวัดพระธรรมกายมีพระเณรที่ต้องสอบจำนวนทั้งสิ้น 542 รูป โดยในวันนี้มีพระเณรที่ไปสอบจำนวน 210 รูป ยืนยัน ไม่ได้มีการปิดกั้นการไปสอบแต่ประการใด

ส่วนการตรวจสอบใบสุทธิของวัดพระธรรมกาย อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบ ซึ่งจากบัญชีกลางของคณะจังหวัดปทุมธานี พบมีพระของวัดพระธรรมกายจำนวนกว่า 1,000 รูป ส่วนกระแสข่าวว่าสามารถถอดสมศักดิ์ของพระธัมมชโยได้ หากพระธัมมชโยไม่มามอบตัว เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ระบุว่าเป็นเพียงแค่ข่าว

ด้าน ผู้แทนสำนักพระพุทธศาสนา ยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่สามารถเจรจากับพระที่มีอำนาจบริหารภายในวัดได้ แต่เป็นการประสานผ่านผู้แทนที่ทางวัดพระธรรมกายส่งมาทำให้ ทั้งนี้ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ก็ได้โทรมาสอบถามและแสดงความห่วงใย ซึ่งทางคณะสงฆ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ช่วยกันแก้ปัญหาตลอด โดยมีการเจรจาหลายรอบรวมถึงประสานให้พระธัมมชโยมอบตัว แต่ยังไม่มีการตอบรับมาแต่อย่างใด

ดาเมจรุนแรง! “น้องน้ำ” มือเซต “ขอนแก่น สตาร์ วีซี” น่ารักกระชากใจ (อัลบั้ม)

ขอพาไปรู้จักกับนักวอลเลย์บอลสาวสวย อดีตเยาวชนทีมชาติไทย เจ้าของฉายา “มือเซตนัยน์ตาซึ้ง” จากสโมสร ขอนแก่น สตาร์ วอลเลย์บอลคลับ ในศึกไทยแลนด์ลีก 2017

นั่นคือ “น้องน้ำ” ชุติกาญจน์ พลไชย สาวน้อยชาวชัยภูมิวัย 22 ปี เจ้าของส่วนสูง 172 ซม. หนัก 53 กก. โดย น้องน้ำ เป็นนักตบรุ่นเดียวกับ ทัดดาว นึกแจ้ง, แก้วกัลยา กมุลทะลา, คัทลีย์ ปิ่นสุวรรณ, ชิดาวัลย์ อนันต์ดำรงชัย ที่ล้วนต่างติดทีมชาติชุดเยาวชนด้วยกันมาทั้งสิ้น

ดีกรีของน้องน้ำ คือเป็นหนึ่งในทีมเยาวชนไทยชุดที่ได้อันดับ 4 วอลเลย์บอลเยาวชนหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2556 ที่จังหวัดนครปฐม และเคยได้แชมป์ไทยแลนด์ลีก 2013 กับสโมสรไอเดีย ขอนแก่น ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ขอนแก่น สตาร์ วอลเลย์บอล คลับ เมื่อปีก่อน

นอกจากจะเล่นกีฬาเก่งแล้ว ด้านการเรียนน้องน้ำก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เพราะตอนนี้กำลังศึกษาระดับปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์มหาบัญฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ล่าสุด น้องน้ำ ได้สร้างความฮือฮาด้วยการร่วมประกวดนางงามไหมขอนแก่น ในงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น และมีลุ้นตำแหน่งมิสป๊อปปูล่าร์โหวต อีกทั้งยังเป็นตัวเต็งมงกุฏอีกด้วย

ตร.สภ.กุดจับ จ.อุดรธานี วิสามัญคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์

ร.ต.อ.รณภพ ทิพย์สุวรรณ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านผือ รับแจ้งจาก พ.ต.ท.วีระชัย ไชยคำหาญ สว.สส.สภ.กุดจับ ว่าได้ทำการวิสามัญผู้ต้องหา 1 ราย ที่ข้างวัดดอนสวรรค์ ม.1 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.พรชัย บุญรอด ผกก.สภ.บ้านผือ พ.ต.ท.จันทวี ชาวชายโขง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านผือ นายศักดิ์ชัย ราตรี ปลัดอำเภอบ้านผือ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พ.ญ.พงศ์รัชนี พรหมกระบิล แพทย์เวรจากโรงพยาบาลบ้านผือ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเมธาธรรมสถานอุดรธานี ที่เกิดเหตุพบศพ นายทองสุข รู้สมกาย อายุ 40 ปี เป็นราษฎรบ้านนาสีนวล อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ข้างศพพบมีดยาว 2 เล่มตกอยู่ ใกล้ศพพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่จำนวน 3 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ค้นในตัวพบยาบ้า 70 เม็ด

ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า พ.ต.ท.วีระชัย ไชยคำหาญ สว.สส.สภ.กุดจับ พร้อมชุดสืบสวนได้ออกติดตามตัวผู้ตายได้ฆ่า นายถวิล แสนหัวช้าง อายุ 68 ปี ที่อยู่ 42 ม.5 บ้านนาสีนวล ต.ตาลเลียน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ด้วยการแทงจนพรุนไปทั้งร่างก่อนขโมยเอารถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน คคศ 172 อุดรธานี ขับหลบหนีไป

โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ออกสืบสวนติดตามจับกุมจนทราบว่าผู้ตายได้หลบมาในพื้นที่ ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จึงนำกำลังมาตรวจสอบ และพบกับผู้ต้องหาข้างวัดดอนสวรรค์ ม.1 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จึงได้แสดงตัวเพื่อจับกุม แต่คนร้ายขัดขืนและพยายามต่อสู้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถูกวิสามัญเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

อุกอาจ! จี้ ธ.กสิกรไทยราษฎร์บูรณะ ตำรวจไล่จับจนมุม คุมสอบ

วานนี้(13 ก.พ.) เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ธนาคารกสิกรไทย สาขา Big C ราษฎร์บูรณะ ผู้ก่อเหตุเป็นลักษณะชายสวมหมวกแกปสีแดง เสื้อคลุมแขนยาวสีแดง กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน หลังจากก่อเหตุ ได้หลบหนี้ขึ้นรถแท็กซี่สีเหลือง ทะเบียน ทศ 4340 มุ่งหน้าถนนราษฏร์บูรณะ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ราษณ์บูรณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พร้อมกันไม่ให้ประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงจัดชุดไล่ล่าคนร้าย ล่าสุด สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว อยู่ระหว่างควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สน. ราษฏร์บูรณะ เบื้องต้นคากว่า น่าจะได้เงินไปประมาณ 2 แสนบาทพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายจันทร์ (ไม่มีนามสกุล) อายุประมาณ 20 ปี หลังก่อเหตุจี้ธนาคารกสิกรไทย สาขา Big C ราษฎร์บูรณะ โดยมีพฤติการ เขียนข้อความในกระดาษ อ้างว่าทีอาวุธปืน บังคับให้พนักงานส่งเงินมาให้ เมื่อได้เงินแล้ว จึงหลบหนีขึ้นรถแท็กซี่ไป โดย

พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้กล่าวชื่นชม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และชุดดจู่โจม ที่ติดตามจับกุมคนร้ายได้ทันท่วงที เนื่องจากมีข้อมูลว่าคนร้ายนั่งรถแท็กซีทะเบียนอะไร ตำรวจจึงไล่ติดตาม ซึ่งขณะนั้นคนร้ายได้เปิดประตูรถแท็กซีวิ่งหนี ไปตามชุมชน ตำรวจไล่ตามจนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลางจำนวนเงิน กว่า 286,000บาท

จากการตรวจสอบพบว่านายจันทร์ ภูมิลำเนาอยู่ประเทศเพื่อบ้าน เข้ามาอยู่ที่จังหวัดนครราชสัมา ก่อนจะย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพมหานคร ประมาณ 1 เดือนเศษ เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมาได้มาดูลาดเลาที่ธนาคารดังกล่าว เห็นว่าไม่มี รปภ.ดูแล จึงเลือกที่จะมาก่อเหตุ โดยใช้ปืนพลาสติกปลอม เบื้องต้นรับสารภาพ ว่าทำเพียงคนเดียว นำเงินไปใช้จ่ายซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ก็ได้สั่งลูกให้ไปตรวจสอบว่ามีผู้อื่นร่วมขบวนการหรือไม่