พายุฤดูร้อนถล่มโคราช 9 อำเภอบ้านพังกว่า 300 หลัง

พายุฤดูร้อนถล่มโคราช 9 อำเภอ บ้านเรือนเสียหายกว่า 300 หลังคาเรือน ผู้ว่าฯ เร่งสำรวจช่วยเหลือ

เกิดพายุฤดูร้อนสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้งหมด 9 อำเภอ คืออ.ปักธงชัย, วังน้ำเขียว, แก้งสนามนาง, โนนแดง, คง, ขามสะแกแสง, ประทาย, พิมาย และ สีดา รวมกว่า 300 หลัง โดยเฉพาะที่หมู่บ้านศีรษะกระบือ หมู่ 2 ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย ซึ่งมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนจำนวน 9 หลัง วันนี้ชาวบ้านต่างช่วยกันซ่อมแซมหลังคาบ้านที่ถูกพายุพัดจนเสียหาย เพื่อให้กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม

ด้าน นางสายฝน แรมจะบก อายุ 49 ปี ชาวบ้านศีรษะกระบือ หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน กล่าวว่า ที่หมู่บ้านของตนเกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง กินเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้บ้านซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ ครึ่งปูน ถูกพายุพัดเอาหลังคาสังกะสีปลิวหายไปเกือบทั้งหลัง ตู้เสื้อผ้า ที่นอน หมอน มุ้ง ได้รับความเสียหายจำนวนมาก จนวันนี้ต้องจ้างเพื่อนบ้านให้มาช่วยซ่อมแซมหลังคาบ้านใหม่ ต้องใช้เงินค่าซ่อมแซมไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท

ส่วนความช่วยเหลือขณะนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทย ได้เข้ามาสำรวจในเบื้องต้นแล้ว เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

ขณะที่นายสุเทพ รื่นถวิล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ตลอดช่วงเดือนเมษายน 2560 นี้ ได้เกิดพายุฤดูร้อนสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาแล้วกว่า 600 หลังคาเรือน แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแม้แต่รายเดียว ทั้งนี้ทางนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบพร้อมสั่งการให้นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือแล้ว

เป็นไปได้!! ศิริพร อำไพพงษ์ ถูกหวยติดกัน200งวด หลังศรัทธาพญานาค ป่าคำชะโนด

ศิริพร อำไพพงษ์ ยอมรับถูกหวยติดๆ กันถึง 200 งวด คาดส่วนหนึ่งจากพลังศรัทธาที่มีต่อพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ ก่อนจะแนะหมั่นทำบุญ ทำความดี รวมถึงต้องทำมาหากิน สักวันเงิน ทอง จะไหลมาเทมาแน่นอน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (26 เม.ย. 60) ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อรายงานข่าวแจ้งว่า นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ศิริพร อำไพพงษ์ เจ้าของเพลงฮิตติดหู โบว์รักสีดำ ถูกหวยติดๆ กันถึง 200 งวด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เธอมีโชคในครั้งนี้นั้น ส่วนหนึ่ง32น่าจะเกิดจากการที่นักร้องดังศรัทธา และบูชาพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ แห่งวัดป่าคำชะโนด

โดยนักร้องดังได้เผยว่า ยอมรับว่าถูกทุกงวด ถูกมาตลอดไม่มีงวดไหนที่ไม่ถูก โดยรางวัลที่ได้ส่วนใหญ่เป็นเลขท้ายสองตัวบ้าง สามตัวบ้าง บางครั้งก็ถูกทั้งเลขท้ายสองตัวและสามตัว แล้วก็มีถูกรางวัลที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 แต่รางวัลที่ 1 ยังไม่เคยถูกเลย ตอนแรกก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงถูกติดๆ กันมากขนาดนี้ แต่คาดว่าน่าจะมาจากการที่เราทำบุญ ไม่ว่าจะเป็นเลี้ยงเด็กกำพร้า คนชรา บ้านเด็กด้อยโอกาส บ้านเด็กเป็นโรคเอดส์ หรือแม้กระทั่งการเข้าวัดบูชาพระ และศรัทธาองค์พ่อปู่ศรีสุทโธ จึงทำให้เรามีโชคมีดวงเรื่องลาภลอยแบบนี้

อย่างไรก็ดี อยากฝากบอกไปถึงคนที่ชอบเล่นหวยรวยเบอร์อย่าไปยึดติด เพราะถ้าเราไม่มีดวงทางนี้เล่นให้ตายก็ไม่ได้ เราต้องทำมาค้าขาย ทำนา ทำสวน ด้วย รวมถึงทำบุญเข้าไว้คุณงามความดีจะตอบสนองเราแน่นอน ยังไงเทวบุตรเทวดาก็ประทานให้เราอยู่แล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านดูแลเราอยู่แล้ว เกิดมาเพื่อทั้งรับทั้งให้ แต่ไม่ใช่รับอย่างเดียว นี่คือข้อคิดที่อยากฝากเอาไว้ ขอให้ทุกคนร่ำรวย ด้วยแรงกายแรงใจของสองมือสองเท้าเรามี จิตใจเราดีเป็นเศรษฐีแน่นอน

ทั้งนี้นอกจากเรื่องราวสุดแปลกดังกล่าวแล้ว เรื่องสุดอัศจรรย์จากพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ ก็ส่งผลกับครอบครัวของนักร้องชื่อดังเช่นกัน คือ ช่วยให้หลานชายพื้นมีชีวิตอีกครั้ง หลังประสบอุบัติเหตุรถชนจนอาการสาหัสด้วย เนื่องจากทางครอบครัวได้บนบานสานกล่าวขอปู่ศรีสุทโธที่อยู่ที่วัดแสงธรรมนิมิต ด้วยการบวช ในเวลาต่อมา

สองตายายเก็บเห็ด ขอกำลังคุ้มครองความปลอดภัย ก่อนวันพิพากษาคดี 2 พ.ค. นี้

สองตายายเก็บเห็ด เดินทางเข้าพบ รอง ผบ.ตร. ขอกำลังคุ้มครองความปลอดภัยก่อนถึงวันพิพากษาฎีกา 2 พ.ค. นี้

วันนี้ (26 เม.ย. 60) ทนายสงกานต์ อัจริยะทรัพย์ ได้พา นายอุดม และ นางแดง ศิริสอน สองตายายเก็บเห็ดที่ตกเป็นจำเลยคดีร่วมกันบุกรุกแผ้วถางป่า จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อปี 2553 เดินทางเข้าพบ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรามหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองในช่วงที่จะมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 2 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้

เนื่องจากเมื่อเดือน มีนาคม 2559 มีข้าราชการหน่วยงานรัฐกว่า 10 นาย นำรถยนต์กระบะขับเข้าไปที่บ้านพัก ลักษณะข่มขู่ จึงหวาดกลัวเกรงจะไม่ปลอดภัย พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าบุคคลที่บุกรุกป่าสงวนจังหวัดกาฬสินธุ์ เนื้อที่ 72 ไร่ และตัดไม้ต้องห้ามไปกว่า 700 ท่อน ก่อนจะโยนความผิดให้กับสองตายายนั้นเป็นใคร เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่

ทั้งนี้ นายอุดม ระบุว่า ยังกังวลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลัวว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ส่วนผลคำพิพากษาไม่ว่าจะออกมาอย่างไร ตนเองก็พร้อมจะยอมรับและไม่คิดจะหนีไปไหน ทั้งนี้เรื่องการเก็บเห็ดนั้นทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ จึงไม่คิดว่าจะมีความผิด

เบื้องต้น พลตำรวจเอกศรีวราห์ ได้รับเรื่องดังกล่าวและสั่งการให้ตำรวจป่าไม้เข้าคุ้มครองความปลอดภัยสองตายายแล้วจนกว่าจะถึงวันพิพากษา รวมถึงสั่งการให้ตำรวจป่าไม้ตรวจสอบหาบุคคลที่บุกป่าด้วย

หนังคนละม้วน! รุ่นพี่ออกโรงฉะน้องไทเกอร์ หลังดรามาหาเงินเลี้ยงชีวิต – เรียนต่อ

ชาวเน็ตอ้างเป็นรุ่นพี่จากสาธิตจุฬาฯ ออกโรงแฉ น้องไทเกอร์ หลังเกิดดรามาสู้ชีวิตหาเงินเลี้ยงชีพ – ค่าเล่าเรียน

จากกระแสข่าวเรื่องราวชีวิตที่น่าเห็นใจของ “น้องไทเกอร์” หรือ เด็กชายธนากร พิศนุภูมิ อดีตดาราเด็กชื่อดัง ทีมีผลงานเคยแสดงหนังเรื่อง ผีเลี้ยงลูกคน ร่วมกับ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ที่ชีวิตปัจจุบันตกยาก ต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง ทำงานแลกเงินอย่างหักโหม เพื่อเลี้ยงชีวิต และหาทุนเรียนต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตนสอบได้นั้น

ล่าสุดได้เกิดเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง เมื่อมีคนอ้างว่าเป็นรุ่นพี่ที่ โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ได้เข้าไปคอมเม้นท์ใต้ภาพของน้องไทเกอร์ ในทำนองว่ากำลังแต่งเรื่องหลอกลวงคนอื่นอยู่ เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่ของน้องไทเกอร์ไม่ได้เป็นอย่างที่โพสต์เล่าเรื่องจนเป็นกระแสโด่งดัง แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่น้องไทเกอร์ไม่ได้ชี้แจงออกไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ยื่นมือเข้าช่วยเหลือน้องไทเกอร์ เป็นต้น

โดยมีข้อความระบุว่า ขอถามน้องนะคับในฐานะรุ่นพี่สาธิตจุฬาคนนึง น้องทำแบบนี้กับโรงเรียนคิดดีแล้วหรอครับ โรงเรียนที่คอยช่วยเหลือ…พี่ไม่สนใจหรอกว่าน้องจะหลอกคนอื่นเพื่ออะไร แต่พี่รับไม่ได้คือ น้องทำกับโรงเรียนแบบนี้ได้ยังไงครับ สำหรับสายเลือดสีชมพูแล้ว น้องยังกล้าเรียกตัวเองว่า “เด็กสาธิตจุฬาอยู่รึเปล่าคับ ? ”

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น และใคร่อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรกันแน่ คงต้องรอผู้ที่เกี่ยวข้องหรือตัวของน้องไทเกอร์เองออกมาชี้แจงต่อไป ซึ่งหากมีความคืบหน้าทางทีมข่าว MThai จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

“น้องไทเกอร์” ขอบคุณผู้ใจบุญที่ช่วยเหลือ ยัน!! จะทำงานพาร์ทไทม์ต่อ

“น้องไทเกอร์” ยัน!! จะทำงานพาร์ทไทม์ต่อแม้มีผู้บริจาคเงินให้ความช่วยเหลือแล้ว ลั่น ไม่อยากเป็นคนประเภท “ได้ใหม่แล้วลืมเก่า”

วันนี้ (26 เม.ย.60) เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ผู้คนต่างให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ กรณี “น้องไทเกอร์” หรือ เด็กชายธนากร พิศนุภูมิ อดีตดาราเด็กชื่อดัง ที่เคยมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง ผีเลี้ยงลูกคน ซึ่งร่วมแสดงกับ อั้ม หรือ พัชราภา ไชยเชื้อ กำลังมีชีวิตที่ค่อนข้างลำบาก พยายามหาเงินเรียนต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังสอบติด

หลังเรื่องราว “น้องไทเกอร์” ถูกเผยแพร่เป็นข่าวดังทำให้มีผู้คนบริจาคเงินและให้ความช่วยเหลือ ล่าสุด “น้องไทเกอร์” ได้โพสต์ข้อความขขอบคุณผู้คนที่ให้ความเมตตาช่วยเหลือเขา ผ่าน อินสตาแกรม “marteenpry” โดยระบุข้อความว่า

กราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่เมตตาช่วยเหลือผมจากใจจริงนะครับ เงินที่แต่ละท่านเมตตาให้ผมทุกบาทล้วนมีคุณค่ามากสำหรับผมทั้งสิ้น กราบขอบพระคุณอีกครั้งที่ท่านเมตตาต่อ”อนาคต”ให้ผม อย่างไรก็ตามผมก็ยังคงทำงานที่เชสเตอร์กริลต่อไป เพราะผมถือว่าเงินที่ท่านเมตตาให้ผมมานั้น ผมจะใช้เมื่อจำเป็นจริง ๆ (คือรายได้ของผมไม่พอจ่ายและเป็นเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตของผม) และอีกเหตุผลหนึ่ง คือผมไม่อยากเป็นคนประเภท “ได้ใหม่แล้วลืมเก่า” หรืออะไรประเภทนั้น

แต่หลังจากนี้ ผมจะทำงานเพลา ๆ ลงบ้าง เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มป่วยเป็นอะไรไป เพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ตอบแทนหยาดเหงื่อความลำบากสู้ตรากตรำของพระคุณแม่ และผมขอให้สัญญาและสาบานกับทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ว่า เมื่อผมจบออกมา (จากความเมตตาของทุกท่าน และหยาดเหงื่อของคุณแม่ผม) ผมจะใช้ความสามารถทั้งหมดอุทิศตอบแทนสังคม และประเทศชาติมี่ทำให้ผมมีวัน “พรุ่งนี้” ได้ครับ ส่วนใครเข้าใจผมผิดหรือคิดกับผมในแง่ลบแง่ร้าย ผมให้อภัยครับ แต่ผมเชื่อว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนมีตา ท่านต้องหยั่งเห็นความจริงในตัวผม ผมเชื่อในความจริงอย่างนั้น! กราบขอบพระคุณทุกท่านครับ

ลุงหื่นโดนยับ ชาวบ้านรุมจับ เหตุลวงหลานสาว 5 ขวบ ไปฆ่าข่มขืน

ชาวบ้านช่วยกันรุมประชาทัณฑ์ ลุงอารมณ์หื่น ลวงข่มขืนหลานสาวแท้ๆ ของตัวเองวัย 5 ขวบ หมกป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน หน้าปูดบวม-โดนสาปแช่ง

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.สุโขทัย ได้เกิดเหตุสุดระทึก เมื่อชาวบ้านจำนวนมากเข้ารุมประชาทัณฑ์คนร้ายฆ่าข่มขืนเด็กวัยหญิง 5 ขวบจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากถูกจับได้ว่าเขาได้ก่อเหตุลวงหลานสาวแท้ๆ วัย 5 ขวบไปฆ่าข่มขืนที่ป่าเลาะเมาะห่างจากหลังเพียง 50 เมตร ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายเอกพล อายุ 31 ปี

โดยรายงานได้ระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้เป็นแม่ของนายเอกพลผู้ต้องหา ได้พยายามซักไซร์ไล่เลียงถึงการหายไปอย่างน่าสงสัยของหลานสาววัย 5 ขวบ หลังจากที่ช่วงคืนที่ผ่านมา นายเอกพลได้พาไปเที่ยวตลาดโต้รุ่งและไม่พากลับมาด้วย จากนั้นพอเห็นท่าไม่ดีจึงพาแม่ของเด็กออกตามหา ก่อนจะพบว่าถูกทำร้ายเสียชีวิตอยู่หลังบ้าน ด้วยความตกใจและโมโหจึงแจ้งให้ชาวบ้านช่วยจับตัวนายเอกพลไว้ ก่อนที่ชาวบ้านจะพากันรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเอกพลไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุโขทัย ก่อนจะคุมตัวไว้สอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ศพของเด็กหญิงนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้ง ว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่

ผอ.รพ.ขอนแก่นยัน อสุจิที่ตรวจยึดได้ที่ด่าน ตม.ไทย เป็นของมนุษย์เพศชาย

ผอ.รพ.ขอนแก่น ยืนยัน เชื้ออสุจิที่ตรวจยึดได้ที่ด่าน ตม.ไทย เป็นของมนุษย์เพศชาย เตรียมตรวจดีเอ็นเอ ซ้ำอีกครั้ง

ที่ รพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลัง รพ.หนองคายได้ขอส่งตรวจพิสูจน์น้ำเชื้ออสุจิของกลาง หลัง เจ้าหน้าที่ ตม.หนองคายและศุลกากร จ.หนองคาย ทำการตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหาได้ขณะลักลอบนำเชื้ออสุจิของมนุษย์ออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย

นพ.ชาญชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบทางวาการทางการแพทย์ยืนยันว่าเชื้ออสุจิของกลางที่ รพ.ขอนแก่น ได้รับการส่งต่อจาก รพ.หนองคายนั้นเป็นเชื้ออสุจิของมนุษย์เพศชาย โดยทั้ง 6 หลอดนั้นมีขนาดไม่ถึง 1 CC ของแต่ละหลอด โดยทันทีที่ รพ.ขอนแก่นได้รับของกลางมานั้น ถูกบรรจุในถังไนโตรเจนขนาด 4.1 ลิตร โดยมีไนโตรเจนเหลว ทำความเย็นรักษาน้ำอสุจิไว้ ซึ่งแม้จะความเย็นลดลงบ้างจากการที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบขณะตรวจยึดแต่น้ำอสุจิทั้ง 6 หลอด ก็ยังคงมีสภาพที่แข็งแรง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำยาที่เป็นสารแช่แข็งละลายก่อนที่จะใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจสอบครั้งละหลอด ก่อนยืนยันผลชัดเจนว่าน้ำอสุจิของกลางนั้นเป็นของมนุษย์ เพศชาย ซึ่งจะมีการยืนยันผลการตรวจอย่างเป็นทางการส่งให้กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส.ได้รับทราบและกำหนดโทษตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขแก่ผู้ต้องหาต่อไป

นพ.ชาญชัย กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบนั้นเชื้ออสุจินั้นแข็งแรงทุกตัว ซึ่งก่อนที่จะส่งของกลางและรายงานผลการตรวจส่งคืนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นขณะนี้ รพ.ขอนแก่น ได้มี การอัดแก๊สไนโจรเจนเหลวเข้าไปอีกครั้งเพื่อให้สามารถเก็บรักษาได้ 30 วัน ขณะที่ผลการตรวจต่างๆจะสามารถส่งรายงานได้ใน 2-3 วันนี้ ซึ่งการกระทำของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองไทย-ลาว ฝั่งขาออกประเทศไทยไปยัง สปป.ลาว นั้น เบื้องต้นผิดในข้อกล่าวหานำเข้าและส่งออกอสุจิ-ไข่และตัวอ่อน มนุษย์ โดยผิดกฎหมาย

‘ไอ้ใหญ่’ สารภาพฆ่าเผายกครัวผู้จัดการนากุ้ง แค้นจ่ายค่าแรงช้า

ที่ปรึกษา สบ.10 ลงพื้นที่สามร้อยยอด สอบผู้ต้องหาคดีฆ่าเผาอำพราง 3 ศพ รับสารภาพเป็นคนลงมือยิงด้วยตนเองทั้ง 3 คน อ้างบันดาลโทสะที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างล่าช้า

วันนี้ 21เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีฆ่าเผาอำพราง 3 ศพที่สามร้อยยอด ล่าสุด พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 พร้อมคณะได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ อ.สามร้อยยอด เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอีกครั้ง โดยเรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีเพื่อประชุดสรุปความคืบหน้าอย่างเคร่งเครียด หลังจากที่เมื่อวานที่ผ่านมา ได้ลงไปตรวจยังจุดเกิดเหตุ จนพบหลักฐานเพิ่มเติมทั้ง กองเลือด ,ปลอกกระสุนปืน 11มม. และถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร

ทางด้านพล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 เปิดเผยว่า ผลการตรวจพิสูจน์ทาวนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาแล้ว ปรากฎว่าพบหัวกระสุน ขนาด 11มม.ในร่างผู้เสียชีวิตที่บริเวณศีรษะของทั้ง 3ราย ซึ่งพบหัวกระสุนที่ ชาย 5 นัด หญิง 2 และเด็กขวบครึ่งอีก 1นัด โดยได้นำหัวกระสุน และปลอกกระสุนที่พบไปตรวจเปรียบเทียบเกลียวกับอาวุธปืนเถื่อน ขนาด 11 มม.ที่ยึดได้ก่อนหน้านี้ว่าเป็นหัวกระสุนที่ยิงออกมาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่

ล่าสุดนายนิพนธ์ ช้างแก้ว หรือ นายใหญ่ อายุ 38 ปี ผู้ต้องสงสัย ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าทั้ง 3 คน โดยระบุสาเหตุที่ก่อเหตุครั้งนี้เพราะโมโหที่ผู้ตายไม่จ่ายเงินค่าแรงตรงตามกำหนด ภายหลังจากลงมือฆ่าทั้ง 3 คน แล้วจึงจุดไฟเผาบ้าน ก่อนจะหลบหนีไป โดยตนลงมือเพียงคนเดียว ต่อมา ที่ปรึกษา สบ.10 ได้นำตัวผู้นายนิพนธ์ ไปกราบขอขมาต่อหน้าหีบศพครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย ที่วัดดอนยายหนู อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมีญาติพี่น้องมายืนรอดูหน้าต่างพากันด่าทอ และสาปแช่ง โดยหลังจากที่ไปขอขมาศพแล้วได้รีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถทันที เพราะเกรงว่าจะถูกรุมประชาทันจากญาติพี่น้องของผู้ตาย และได้นำตัวไปเอาอาวุธปืนกระบอกที่ใช้ก่อเหตุ หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวไปฝากขังไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอดต่อไป

หนุ่มหื่นมือล้วงสาวเมาขาดสติ ‘วันไหลพัทยา’ ดอดเข้ามอบตัวตร

หนุ่มหื่นมือล้วงสาวเมาขาดสติ ‘วันไหลพัทยา’ ดอดเข้ามอบตัวตำรวจ อ้างขาดสติ เร่งล่ามือถ่ายคลิป

จากกรณีมีภาพคลิปกรณีของกลุ่มวัยรุ่นชายจำนวน 2 คนกำลังทำอนาจารหญิงสาวรายหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายคนเมาไม่ได้สติ ซึ่งในภาพคลิปดังกล่าวเป็นภาพหญิงสาวสวมกางเกงขาสั้นกำลังนั่งพิงประตูเหล็กหน้าสถานประกอบการแห่งหนึ่งไม่ระบุสถานที่ โดยชายวัยรุ่นรายหนึ่งกำลังจูบปากหญิงสาวอย่างดูดดื่ม ขณะที่อีกรายใช้มือลูบคลึงหน้าอกและล้วงอวัยวะเพศของหญิงสาวคนดังกล่าวอย่างเมามันเป็นเวลานานหลายนาที โดยมีกลุ่มคนอีกส่วนหนึ่งถ่ายภาพและส่งเสียงแซวให้ไปทำกันไปในที่ลับตา ท่ามกลางบรรยากาศของเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

กระทั่งซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวพัทยาจับกุมตัว นายจิรพัฒน์ หรือโจ้ กระแสเสถียร อายุ 26 ปี หนึ่งใน 2 ชายวัยรุ่นที่ปรากฏในคลิปฉาวที่กระทำอนาจารหญิงสาวในวันไหลพัทยาได้พร้อมเตรียมออกหมายจับ นายอิทธิพล สุมณฑา อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาอีก 1 รายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (22 เม.ย.) นายอิทธิพล สุมณฑา อายุ 24 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 อ.เมือง จ.ชลบุรี ก่อนที่จะถูกนำตัวมายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ได้นำตัวเข้าพบ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อม พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เพื่อทำการสอบปากคำเป็นการเบื้องต้น ซึ่งนายอิทธิพล ให้การยอมรับ ก่อนจะนำตัวลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดย นายอิทธิพล ระบุว่าทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา โดยวันเกิดเหตุได้ออกไปเล่นน้ำวันไหลกับเพื่อนๆจำนวน 5 คนที่วอล์คกิ้ง สตรีท ขณะนั้นมีกลุ่มเพื่อนพาผู้เสียหาย ซึ่งคาดว่าอายุประมาณ 25-30 ปีมาเล่นน้ำอยู่ใกล้เคียงกัน จึงเข้าไปตีสนิทและพูดคุยด้วยกระทั่ง นายจิรพัฒน์ หรือ โจ้ ที่เพิ่งรู้จักกันได้พาหญิงสาวมานั่งที่จุดเกิดเหตุก่อนจะร่วมกันก่อเหตุ ซึ่งไม่ได้เป็นการบังคับขืนใจเพราะผู้เสียหายยังพูดคุยรู้เรื่องและมีอาการไม่เมามายมากนัก ก่อนจะมี “นายไนซ์” ไม่ทราบชื่อจริงแอบถ่ายคลิปและนำไปเผยแพร่จนมาถูกจับกุมดังกล่าว

นายอิทธิพล กล่าวต่อไปว่าช่วงก่อเหตุก็ถือว่ายังมีสติเพราะไม่ได้ดื่มเหล้าไปมาก เพียงแต่ที่ทำไปก็เพราะขาดความยับยั้งชั่งใจ ขณะที่ผู้เสียหายหลังเกิดเหตุการณ์ตามภาพถ่ายก็มีกลุ่มเพื่อนพากลับบ้านไป โดยไม่ได้มีอะไรเกินเลยนอกจากนั้น อย่างไรก็ตามรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขอโทษคนพัทยาด้วยที่ทำให้เกิดความเสียหาย โดยหลังเกิดเหตุก็มีคนส่งภาพให้ดูและรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก โดย เฉพาะคนรู้จักและสังคมรอบข้าง จนทำให้ไม่ถึงกับกล้าออกจากบ้านไปไหน ก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านที่จังหวัดปทุมธานีและเข้ามอบตัวในที่สุด

ทางด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่าหลังจากนี้คงจะทำการสอบ ปากคำผู้ต้องหาเป็นการเบื้องต้นก่อนจะนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยาในวันจันทร์นี้ ขณะที่ในชั้นสอบ สวนคงไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว โดยปัจจุบันได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ 2 กระทง คือ ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง และกระทำอนาจารผู้อื่นต่อหน้าธารกำนัล ส่วนมือถ่ายคลิปนั้นปัจจุบันทราบแล้วว่าเป็นใคร ซึ่งจะได้ออกหมายจับมาดำเนินคดีต่อไป.

ปส.สรุปคดี ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ ชี้หลักฐานมัดแน่น เผยมีดาราคนไฮโซเอี่ยวด้วย

ผบช. ปส. มั่นใจ สรุปสำนวนคดี “เบนซ์ เรซซิ่ง” สัปดาห์นี้ ชี้ หลักฐานมัดแน่นไม่ต้องสอบเพิ่ม – จ่อยึดทรัพย์ “ท้าวศรีสุข” ในไทย ชี้ มีดาราคนไฮโซเอี่ยว

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ภายในสัปดาห์นี้ มั่นใจสามารถสรุปสำนวนคดี นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดของ นายไซซะนะแก้ว แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดชาวลาว ให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องได้ เนื่องจากตำรวจ ปส. มีพยานหลักฐานประกอบกับคำให้การของพยานค่อยข้างสมบูรณ์แล้ว โดยแทบจะไม่จำเป็นต้องเชิญ เบนซ์ เรซซิ่ง มาให้ปากคำอีก

ส่วนกรณีคนใกล้ชิดน่าจะมีความชัดเจนเช่นกันว่ามีความผิดหรือไม่ ทั้งนี้ยอมรับว่า การสรุปสำนวนคดีมีความล่าช้า เนื่องจากติดขัดปัญหาบางประการ ซึ่งตนเองได้สั่งกำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการแล้ว เพื่อป้องกันการครหาว่ามีขบวนการเข้าแทรกแซงคดี

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวด้วยว่าในเร็วๆนี้ จะมีการพิจารณาและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ “ท้าวศรีสุข” เพิ่มเติม โดยจะเริ่มจากการดำเนินการตรวจอายัดทรัพย์สินของ “ท้าวศรีสุข” ในประเทศไทย จากนั้นจะขยายผลเอาผิดไปยังผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งยอมรับว่ามีศิลปิน ดารา และคนในแวดวงบันเทิงไทย เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเกรงว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะไหวตัว พร้อมยอมรับว่า ในการควบคุมดูแลคดีของตนเองจะไม่ปล่อยให้ให้มีขบวนการใดๆเข้าแทรกแซงคดีหรือช่วยเหลือคนผิดอย่างแน่นอน