Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รื่องย่อ Freelance (2015) ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
Freelance ยุ่น (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) ชายวัย 30 คือฟรีแลนซ์มือรีทัชรูปที่งานยุ่งที่สุดในประเทศไทย ความสุขของฟรีแลนซ์อย่างยุ่น นอกจากการได้เห็นงานเต็มปฏิทิน

eazyportal.comไม่เว้นวัน เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการแล้ว ก็คืองานเร่ง งานด่วน งานที่ลูกค้าแก้ไม่รู้จบ

มันเป็นความท้าทายที่นักรบมืออาชีพแบบเขาต้องทำให้ได้โดยไม่มัวไปเสียเวลาด่าลูกค้า จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม เจ๋ (วิโอเลต วอเทียร์) ฟรีแลนซ์ ซูม โปรดิวเซอร์รุ่นน้องจากเอเจนซี่โฆษณาถึงจ่ายงานให้เขาทำอย่างสม่ำเสมอ จนเต็มปฏิทินล่วงหน้าไปหลายเดือน ทุกครั้งที่เจ๋โทร.มา ยุ่นจะรู้ว่า ความสนุกกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่มีลูกค้าอยู่รายหนึ่งที่เขาไม่สามารถเอาชนะได้ นั่นคือ ร่างกายของเขาเอง หลังจากผ่านการอดนอน 5 คืนติดเพื่อทำงานชิ้นหนึ่ง ยุ่นเริ่มมีผื่นแดงๆขึ้นตามตัว ร่างกายบังคับให้เขาไปโรงพยาบาล เขาไม่อยากไปเลยเพราะเสียเวลาทำงาน ร่างกายเลยแจกผื่นให้ลามใส่ตัวเขามากขึ้นแม่งเลย Freelance hd เขาจึงต้องเดินทางไปโรงพยาบาลรัฐ (ด้วยความงก ก็ฟรีแลนซ์ต้องรู้จักเซฟเงินเพื่ออนาคตที่ไม่มั่นคง)

ที่นั่นเขาได้เจอกับลูกค้าอีกคน คือ หมออิม (ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่) หมออิมก็เหมือนหมอโรงพยาบาลรัฐทั่วไปที่ยุ่งจนหัวฟู แต่ที่ไม่เหมือนหมอคนอื่นๆคือ เธออายุพอๆกับยุ่น และยุ่นรู้สึกดีกับเธอจนถึงขั้นเขิน การพบกันในแต่ละเดือนของยุ่นและหมออิม เปรียบเสมือนการออกเดทที่ทั้งคู่มีเวลาพบกันเพียงแค่ 15 นาทีตามเวลาตรวจ (เนื่องจากโรงพยาบาลรัฐ คนไข้เยอะ) ยุ่นต้องรออีก 30 วัน กว่าที่จะได้เจอหมอครั้งต่อไป และวันนัดก็ต้องรอคิวหน้าห้องตรวจอีก 3 ชั่วโมง (เนื่องจากคนไข้เยอะอีกเช่นกัน) ตั้งแต่ไปหาหมออิม ยุ่นก็รู้สึกว่าตัวเองทำงานช้าลงอย่างไม่มีเหตุผล เจ๋ต้องตามมากระชากงานจากเขาบ่อยขึ้น ยุ่นไม่รู้เป็นเพราะอะไร การทำงานช้าลงนี่เป็นอาการข้างเคียงของอะไรหรือเปล่า ..และการคิดถึงใครสักคนระหว่างทำงานนี่เป็นโรคที่รักษาให้หายได้หรือไม่”ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” ภาพยนตร์โดย เต๋อ – นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

เพื่อน..ที่ระลึก

เพื่อน..ที่ระลึก (อังกฤษ: The Promise) เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2560 แนวดราม่า-สยองขวัญ กำกับโดย โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ นำแสดงโดย น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ และ อภิชญา ทองคำ โดยมีฉากสำคัญในอาคารสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ กำหนดออกฉายในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560

พ.ศ. 2540 ปีที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับฝันร้ายที่เรียกว่า “วิกฤตต้มยำกุ้ง” โศกนาฏกรรมทางการเงินครั้งสำคัญที่ทำให้ “นักธุรกิจร้อยล้าน” กลายเป็น “บุคคลล้มละลาย” ในชั่วข้ามคืน เช่นเดียวกับอิ๊บและบุ๋มที่ครอบครัวต้องพังไปพร้อมๆกัน เมื่อตึกคอนโดหรูใจกลางเมืองที่พ่อของพวกเธอลงทุนร่วมกัน ถูกระงับการก่อสร้างจากเศรษฐีกลายเป็นคนมีหนี้สินหลายร้อยล้าน บ้านที่เคยอยู่มาทั้งชีวิตก็ถูกยึดสมบัติในบ้านถูกนำมาเปิดท้ายขายของในราคาถูก อิ๊บและบุ๋มรับมือกับความล่มสลายของครอบครัวไม่ไหว จึงตัดสินใจจะฆ่าตัวตายพร้อมกัน บน “ตึก” ที่เคยสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป แต่คนที่ตายกลับเป็นแค่อิ๊บเพียงคนเดียว

ผ่านไป 20 ปี บุ๋ม (บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) เติบโตกลายเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และได้กลับไปที่ตึกนั้นอีกครั้ง พร้อมกับ เบล (ลิลลี่ อภิชญา ทองคำ) ลูกสาวผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ คืนนั้นหลังกลับจากตึกก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้นกับเบล เมื่อบุ๋มตื่นขึ้นมาพบเบลนั่งคุยกับใครบางคน แม้จะอยู่ในความมืด บุ๋มก็รู้ว่าที่นั่งฝั่งตรงข้ามของเบลว่างเปล่า ไม่มีใครเลย… แล้วทุกคืนหลังจากนั้นก็กลายเป็นฝันร้ายของบุ๋ม เมื่อทุกครั้งที่หลับตานอน เบลจะตื่นขึ้นมาด้วยอาการละเมอที่หนักขึ้นเรื่อยๆ และที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ เบลจะละเมอพูดหรือทำในสิ่งที่ทำให้บุ๋มระลึกถึง อิ๊บ เพื่อนเก่าที่เธอทิ้งให้รออยู่ที่ตึกอย่างโดดเดี่ยวมาเป็นเวลานาน นี่อาจเป็นการกลับมาทวงคำสัญญาสุดท้ายที่อิ๊บเคยขอไว้ก่อนจากโลกนี้ไป…“สัญญานะ ว่าแกจะไม่ปล่อยให้ฉันตายคนเดียว”

เปรมิกา ป่าราบ

เปรมิกา ป่าราบ เป็นภาพยนตร์แนว ตลก,สยองขวัญ,ลึกลับ ผลิตโดยบริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม กำกับการแสดงโดย ศิวกร จารุพงศา นำแสดงโดย จีน่า

materialinator.comเดอซูซ่า,ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์, ปราโมทย์ ปาทาน, กิดาการ ฉัตรแก้วมณี, อนงค์นาถ ยูสานนท์ กำหนดออกฉายในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560 โดยหนังจะเน้นความหลังของตัวละคร

รีสอร์ทแห่งใหม่เปิดขึ้นกลางป่า เหล่าเซเลบริตี้คนดังถูกเชิญมาร่วมงานเปิดตัวและพักค้างคืนที่นั่น ใครบางคนดันไปเสียบปลั๊กไฟตู้คาราโอเกะเก่าขึ้นมา และหลังจากนั้นก็มีผีสาวในชุดนักเรียนญี่ปุ่นออกมาอาละวาดไล่ฆ่าทุกคน ด้วยการบังคับให้ร้องเพลงใครร้องไม่ถูกใจ เธอจะฆ่า! เธอฆ่าทำไม เธอต้องการอะไร! เธอทำไปเพื่ออะไร! และแล้วความโหด มันส์ ฮา ที่มาพร้อมกับเสียงเพลง และการวิ่งหนีผีชนิดป่าราบก็เริ่มขึ้น

สตรีเหล็ก

เมื่อครูบี๋ (สิริธนา หงส์โสภณ) โค้ชคนใหม่ก้าวเข้ามา การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก็เกิดขึ้นกับทีมวอลเล่ย์บอลชายประจำจังหวัดลำปาง ซึ่งยังไม่เคยรู้รสชาติของชัยชนะมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว โค้ชคนใหม่พยายามทุกวิถีทาง ที่จะสร้างทีมให้แข็งแกร่ง

มล (สหภาพ วีระฆามินทร์) และ จุง (ชัยชาญ นิ่มพูลสวัสดิ์) นักตบลูกยางฝีมือก๋ากั่น เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ แต่กลับสร้างความอึดอัดให้กับคนอื่นๆ จนพากันลาออกไป เพราะทั้งคู่เป็นกะเทย คงเหลือแต่ ชัย (เจษฎาภรณ์ ผลดี) มือเซ็ตตัวฉกาจ ที่พยายามทำใจ แต่ผู้เล่นแค่ 3 คน ไม่สามารถเป็นทีมได้ วิทย์ (เอกชัย บูรณผานิต), โหน่ง (โจโจ้ ไมอ๊อกชิ) และเปีย (กกกร เบญจาธิกูล)

เพื่อนร่วมทีมของมลและจุงสมัยเรียน จึงต้องเข้ามาช่วยเสริมกำลัง ภายใต้ชื่อทีมสตรีเหล็ก เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่ปากน้ำโพเกมส์ คือเป้าหมายของทีม วิบากกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดเส้นทางของการเป็นแชมป์ เหมือนจะทดสอบความแข็งแกร่งของกำลังกาย และกำลังใจของทีมสตรีเหล็ก ทีมที่มีเป้าหมายเหมือนกัน โดยคนที่แตกต่างกันสุดขั้ว กิตติผู้มีอำนาจในแวดวงกีฬา เมืองแมน อดีตสมาชิกทีมลำปาง ที่กลายมาเป็นหัวหน้าทีมคู่แข่งตัวเก็ง ต่างเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของด่านทดสอบที่จะพิสูจน์ใจ จนกว่าจะถึงวันแห่งการเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย โดยมีเหรียญทองเป็นเดิมพัน

400 นักรบที่ถูกลืม นักรบ ขุนรองปลัดชู

ว่าด้วยเรื่องราวในสมัยรัชกาลสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ก่อนการเสียกรุงครั้งที่สองราวห้าปี พระเจ้าอลองพญา (กษัตริย์แห่งอาณาจักรอังวะของพม่า) ได้ส่งกองทัพรี้พลสองหมื่นนาย ยกมายึดเมืองตะนาวศรีและเมืองมะริด อันเป็นเมืองท่าที่สำศัญของอโยธยาในแถบทะเลอันดามัน หลังจากที่ทราบข่าวศึกทางอโยธยาได้ส่งกองทัพสองกองเพื่อปกป้องรักษาแผ่นดิน

โดยกองทัพพระยายมราชและกองทัพพระยารัตนาธิเบศร์ ในขณะเดียวกัน ขุนรองปลัดชู กรมการเมืองวิเศษไชยชาญได้รวบรวมเหล่าอาสาอาทมาฏ จำนวน 400 นายมาร่วมทัพด้วย หลังจากนั้นเมื่อพระยารัตนาธิเบศน์ทราบข่าวว่า ทัพของพระยายมราชได้แตกพ่าย โดยกองทัพอังวะที่กำลังเดินทัพเข้ามา จึงมอบหมายให้ขุนรองปลัดชูนำกองอาทมาฏ 400 นาย ไปยันทัพที่เมืองกุยบุรี

อีกไม่นานทางกองทัพมังระราชบุตรและมังฆ้องนรธาเคลื่อนผ่านช่องด่านสิงขร เข้ามาก็ได้พบทัพไทยขวางอยู่ที่เมืองกุยบุรี จึงยกพลเข้าโจมตี ถึงแม้จะมีทหารน้อยกว่าข้าศึกหลายสิบเท่าก็ตาม และรู้ว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร แต่ขุนรองปลัดชูกับพวกนักรบผู้กล้าทั้ง 400 นายก็ต่อสู้ไม่หวั่น ต่อต้าน และต้านทานกันอย่างเข้มแข็ง ต่อสู้จนตัวตายในสนามรบ

“น้อง.พี่.ที่รัก”

เมื่อ ‘น้องสาว’ ตัวท็อป
เปิดจ๊อบสู้รบกับ ‘พี่ชาย’ ตัวห่วย
เพื่อช่วย ‘ที่รัก’ ตัวจริง ไม่ให้ชิ่งหนีไป

ตั้งแต่เด็ก ชัช (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) คิดมาตลอดว่าน้องที่อยู่ในท้องแม่คือน้องชาย

berlin-photofestival.com พอถึงวันที่แม่คลอดแล้วกลายเป็นน้องสาว ชัชจึงเซ็งระดับสิบ ความฝันที่จะได้เล่นหุ่นยนต์และเตะบอลแมนๆ กับน้องก็จบไป เพราะเล่นกับไอ้เจน (ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์) ทีไร มันก็ร้องไห้งอแงทุกที ตั้งแต่เด็กจนโต ชัชกับเจนตีกันได้ ทุกเรื่อง เพราะเจนชอบทำตัวเหมือนเป็นแม่มากกว่าเป็นน้อง ส่วนชัชก็ชอบทำตัวเป็นภาระมากกว่าเป็นพี่ จะมีพี่ชายคนไหนที่ห่วยกว่าน้องสาวไปซะทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน กีฬา หน้าตา นิสัย แข่งกัน ยังไง เจนก็เพอร์เฟคกว่า เวลาเดียวที่ชัชจะโชว์เหนือทำตัวเป็นพี่ ก็คือตอนที่มีคนมาจีบเจน ชัชจะทำตัวกร่างไล่หนุ่มๆให้หนีหายไปหมด เหมือนเป็นการเอาคืน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เจนต้องปิดบังความรักระหว่างเธอกับโมจิ (นิชคุณ หรเวชกุล) ชายหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น สุดเพอร์เฟค เพราะเจนไม่อยากให้รักครั้งนี้ต้องพังยับด้วยน้ำมือของพี่ชัชเหมือนที่ผ่านมา แต่ความรักไม่ใช่ความลับ ชัชรู้จนได้ว่าเจนกับโมจิแอบคบกัน แล้วมีเหรอที่ชัชจะยอมปล่อยผ่าน ก็บอกแล้วว่าอะไรที่ทำให้น้องมีความสุข พี่ชายที่แสนดีอย่างชัชจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน!!

หอแต๋วแตก

หอแต๋วแตก เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2550 เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก กำกับโดยพจน์ อานนท์

materialinator.com สร้างและจัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ร่วมแสดงโด

เป้ย ปานวาด เหมมณี, ใหม่ สุคนธวา เกิดนิมิตร, เอกชัย ศรีวิชัย, ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ร่วมด้วย จาตุรงค์ พลบูรณ์ หรือ จาตุรงค์ มกจ๊ก, โก๊ะตี๋ อารามบอย และนักแสดงสมทบอย่าง วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย, รัชชานนท์ สุขประกอบ, ธนากร ใจปินตา, เกรียงศักดิ์ ณ เชียงใหม่, ชัยวัฒน์ ทองแสง และ ศิววัชร์ ทรัพย์ภิญโญ

อำนวยการสร้างโดย เจริญ เอี่ยมพึ่งพร อำนวยการผลิตโดย อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร, เกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร กำกับภาพโดย ปัญญา นิ่มเจริญพงษ์ กำกับศิลป์โดย กิตติชาติ ใจสบาย, พงศกร ชัยลอม, จิราวรรณ เชื้อโพล้ง ลำดับภาพโดย สุนิตย์ อัศวนิกุล, เหมือนฝัน อุปถัมภ์ คัดเลือกนักแสดงโดย พจน์ อานนท์ ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย พจน์ อานนท์, ทิณกร แสงศรี ดนตรีและเพลงประกอบโดย Giant Wave และภาพยนตร์เรื่องทำรายได้ทั้งหมด 51 ล้านบาท

หลวงพี่แจ๊ส 4G

แจ๊ส (แจ๊ส ชวนชื่น) หนุ่มหล่อรวยเสน่ห์ เกิดปัญหาหนักใจ เมื่อมีแฟนสาวที่รักต้องมาเจอ 2 สาวจอมป่วน เข้ามาวุ่นวายความรัก และบอกว่าท้อง !! ทำเอาแจ๊สไปไม่ถูก จนต้องปรึกษา 2 เพื่อนรัก มโน (นิก คุณาธิป) และสายสิญจน์ (โต๊ส อัครัช) กลับได้คำแนะนำแสนฉลาดคือ หนีไปบวช !!

เมื่อ ไอ้แจ๊ส ต้องกลายเป็น พระแจ๊ส เรื่องราววุ่นวายก็ตามมา แต่การบวชครั้งนี้ พระเเจ๊ส กลับอยากเรียนรู้พระธรรมอย่างจริงจังประจวบกับที่หลวงพ่อเสนอให้ไปเรียนพระธรรมกับวัดที่กรุงเทพฯ มีหรือที่พระแจ๊สจะปฏิเสธ เมื่อพระบ้านนอกที่หนีบสมุนคู่ใจ 2 คนมาเป็นลูกศิษย์วัด ได้เจอพระเมืองกรุงที่เปิดกุฏิมอมเมาประชาชน ความถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุด

พระแจ๊ส และสองสมุนสุดแสบร่วมมือกันจัดการ เปิดโปงมารศาสนา เรื่องราวความสนุกฮาป่วนวัดจึงเกิดขึ้น มารศาสนาจะแพ้ภัยหรือไม่ ? ความจริงจะถูกเปิดโปงไหม ? ต้องมาลุ้น และฮาลั่นโรงพร้อมกัน

เพื่อน..ที่ระลึก

การกลับมาของเจ้าพ่อหนังผี โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ที่ดูจะชอบต้มยำกุ้งรสไม่จัด
เจ้าพ่อหนังผี โสภณ ศักดาพิศิษฏ์

materialinator.com ผู้กำกับเจ้าของภาพยนตร์เขย่าขวัญยอดนิยมโปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต ลัดดาแลนด์ และ ฝากไว้..ในกายเธอ

กลับมากับภาพยนตร์สยองขวัญบอกเล่าเรื่องราวของ บุ๋มและอิ๊บ สองสาววัย 15 ที่ตัดสินใจจะจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายพร้อมกันบนอาคารที่พ่อของทั้งสองร่วมกันสร้าง หลังครอบครัวของทั้งคู่โดนพายุวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 จนทนไม่ไหว แต่เพียงแต่เสี้ยววินาทีหลังอิ๊บจบชีวิตลง ความกลัวทำให้บุ๋มเลือกที่จะ “ผิดสัญญากับเพื่อนรัก” วิ่งหนีจากความตายและมีชีวิตอยู่ต่อไป กระทั่ง 20 ปีถัดมา บุ๋ม (บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) ในฐานะนักธุรกิจหญิงตัดสินใจกลับไปบูรณะอาคารที่เกิดเหตุแห่งนั้นอีกครั้ง พร้อมๆกับการที่อิ๊บกลับมาทวง “สัญญา” ด้วยชีวิตของ เบล (ลิลลี่-อภิชญา ทองคำ) ลูกสาวของบุ๋มที่กำลังจะอายุ 15 ปีพอดี

ถ้าจำกันได้ เทรลเลอร์ภาพยนตร์โปรโมตว่านักแสดงนำของเรื่องนี้ไม่ใช่คน แต่เป็น สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ตึกระฟ้าร้างบนถนนเจริญกรุงที่หยุดก่อสร้างมาตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจเมื่อ 20 ปีก่อน กลายเป็นอนุสรณ์ของการจัดการเศรษฐกิจที่ล้มเหลวของประเทศไทย ซึ่งเจ้าของอาคารได้ให้อนุญาตทางทีมงาน GDH559 เข้าถ่ายทำเป็นกรณีพิเศษ แม้จะเคยปฏิเสธข้อเสนอของฮอลลีวู้ดมาก่อน เนื่องจากทางภาพยนตร์ตั้งใจจะเล่าเรื่องราวสะท้อนวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง แต่น่าเสียดายที่ประเด็นนี้กลับกลายเป็นเพียงการปูแบ็คกราวน์ของการล้มละลายของครอบครัวอิ๊บและบุ๋ม ซึ่งนำมาสู่เหตุอัตวิบากรรมของอิ๊บเพียงเท่านั้น

แม้ผู้กำกับจะเริ่มเรื่องด้วยการพาเรากลับไปสู่ยุค 90s ผ่านภาพฟุตเทจเหตุการณ์จริงในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพจเจอร์ เสียงโมเด็มเมื่อต่ออินเตอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งตู้ถ่ายสติกเกอร์ แต่เรื่องราวส่วนใหญ่ของ เพื่อน..ที่ระลึก ก็วนเวียนอยู่ในเรื่องราวของ “คำสัญญา” ความรักระหว่างแม่และลูกมากกว่า แต่ก็พูดได้ว่า บี และ ลิลลี่ เมนเทอร์และลูกทีมจาก The Face Thailand สอบผ่านในผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของทั้งคู่

แต่ถึงคุณภาพการแสดงของทุกคนจะดี โดยรวมแล้ว เพื่อน..ที่ระลึก ยังมีจุดอ่อนในการเล่าเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดอยู่บ้าง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานเก่าๆ ของผู้กับกับดังคนนี้ อย่างไรก็ดีโสภณยังคงเส้นคงวาในการสร้างบรรยากาศที่กดดันผู้ชม ผ่านภาพช็อตสวยๆ จาก สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ที่ทั้งดูสวยและหลอนไปด้วยในเวลาเดียวกัน ประกอบกับเสียง ภาพ จังหวะที่ชวนสะดุ้งจิกแขกคนข้างๆ หรือเผลอร้องกรี๊ดได้ตลอดทั้งเรื่อง ถึงแม้คุณแทบจะไม่เห็นอิ๊บตั้งแต่ต้นจนจบเลยก็ตาม

“โขม” ทำ “ขุนพันธ์” ยกระดับหนังบู๊ภูธร เป็นพีเรียดสะท้อนปัจจุบัน-คว้าอดีตดาวบู๊แจม

“ขุนพันธ์ 2 เราพูดถึงยุคที่กฎหมายอ่อนแอ คนชั่วครองเมือง ความยุติธรรมเป็นเพียงแค่คำพูด” ผู้กำกับฯ “โขม”ก้องเกียรติ โขมศิริ เผยถึงภาพยนตร์ “ขุนพันธ์ 2” ที่จะเข้าฉาย 9 ส.ค.นี้

จากนั้นเผยอีกว่า “ในเมื่อคนอย่างขุนพันธ์ เป็นตำรวจที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตำรวจที่ดีที่สุด หมดศรัทธาในความดี บ้านเมืองจะเป็นยังไง แล้วบทสรุปของขุนพันธ์จะเป็นยังไงถ้าความดีกลับตาลปัตร”

คำจำกัดความหรือนิยามในความเป็นภาพยนตร์ของ “ขุนพันธ์ 2” ผู้กำกับกล่าวว่า “หนังบู๊แบบไทยๆ มันมีเสน่ห์บางอย่าง เราไม่ได้นิยามหรอกว่ามันคืออะไร แต่ว่าสัญญากับทีมงานกับทุกคนว่า เฮ้ยเรามาทำหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อมชั้นดีกันมั้ย ทำไมมันต้องตายไปกับวันเวลา

หนังเรื่องนี้เนี่ยหลายๆ ครั้ง เราจะซ่อนนักแสดง หรือว่าตัวประกอบบางคนที่เขาเป็นอดีตดารานักบู๊ ซึ่งมันคือการทำเพื่อคารวะกันในสถานะคนทำงาน เราจะทำให้สกุลหนังบู๊ภูธรมันอยู่ในรูปแบบการทำงานโปรดักชั่น วิธีคิดที่ดีที่แหลมคม และสำคัญที่สุดความบันเทิงเป็นที่ตั้ง

นอกจากนั้นหนังมันต้องสะท้อนปัจจุบันได้ ต่อให้มันเป็นพีเรียดก็เถอะ ทุกวันนี้โลกเทคโนโลยีจะไปไหนก็แล้วแต่ แต่ทั้งหมดมันมีราก หนังมันจะเกี่ยวกับความรู้สึกหลายอย่างในปัจจุบันที่คนกำลังเจอกันอยู่ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือคนที่ยึดถือในความดีก็สั่นคลอน ไร้สิ่งยึดเหนี่ยว ผมก็เพิ่งมาค้นพบว่าของแบบนี้ไม่ได้เพิ่งมี มันมีมานานมากแล้ว สิ่งที่ขุนพันธ์ทำก็คือ เชื่อในสิ่งที่คุณเชื่อ ด้วยปัญญาเป็นที่ตั้ง”