เรน ประกาศแต่งงานกับนางฟ้า คิมแตฮี หลังคบรักกัน 4 ปี

กลายเป็นข่าวดังไปทั่วภูมิภาคเอเชียในเช้าวันนี้ สำหรับความรักระหว่าง 2 ซุปตาร์แดนกิมจิ ที่ออกมาประกาศข่าวดี คอนเฟิร์มว่าทั้งคู่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานเร็วๆ นี้ สำหรับนักร้องหนุ่ม “เรน” ที่คนไทยรู้จักกันดี กับดาราสาวที่ได้ฉายาว่า “นางฟ้า” อย่าง “คิมแตฮี”

เรน ประกาศแต่งงานกับนางฟ้า คิมแตฮี หลังคบรักกัน 4 ปี

ล่าสุดในวันนี้ (17 ม.ค.) หนุ่มเรน หรือชื่อจริง จองจีฮุน ได้โพสต์จดหมายลายมือของเขาเองลงในอินสตาแกรม @rain_oppa เพื่อแจ้งข่าวนี้กับแฟนๆ ที่คอยเป็นกำลังใจเขามาโดยตลอด โดยจดหมายภาษาเกาหลีที่เผยแพร่ออกมา สามารถสรุปใจความได้ว่า

“ผมเดบิวต์ในวงการนี้มา 16 ปีแล้ว แฟนๆ ยังคงสนับสนุนผมมาโดยตลอด รวมทั้งพวกคุณยังต้อนรับผู้หญิงที่งดงามคนหนึ่งในชีวิตของผมด้วย และเธอคนนี้กำลังจะเป็นทั้งแม่ของลูกผมในอนาคต ผมกำลังจะเป็นสามีและเริ่มสร้างครอบครัวแล้วครับ ตอนนี้ความรักและโชคชะตาของเราเป็นเช่นนั้น

สำหรับพิธีแต่งงานของเราจะมีขึ้นเร็วๆ นี้ แต่เราขออนุญาตเก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัว เราขอบคุณทุกคนมากที่เป็นกำลังใจให้เสมอมา ต่อจากนี้ไปผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบทบาทนักแสดงหรือนักร้อง รวมทั้งบทบาทอื่นๆ ที่กำลังจะเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย เธอคือของขวัญพิเศษที่สุดในชีวิตของผม”

จดหมายฉบับถูกเผยแพร่ออกมา หลังจากที่เมื่อวันก่อนมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการแต่งงานของ เรน และ คิมแตฮี ซึ่งก็กลายเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันชัดเจนได้ว่า ทั้งคู่กำลังเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการ ตามรายงานยังบอกว่า พิธีแต่งงานของทั้งคู่จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ที่โบสถ์คาทอลิกแห่งหนึ่ง

ส.บอลยังไม่ฟันธง ประชุมโหวต 20 ทีม

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธมติเห็นชอบของ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์กีฬาอาชีพ กกท. ที่ขอให้จัดประชุมใหญ่โหวตเพิ่ม 20 ทีมใน “ไทยลีก” ฤดูกาลหน้า

ตามที่ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์กีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย มีมติเห็นชอบให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดประชุมใหญ่พิเศษเพื่อให้ อาร์มี ยูไนเต็ด กับ ชัยนาท ฮอร์นบิล เข้าชี้แจงกรณีตกชั้นและให้สโมสรสมาชิกที่เป็น “โหวตเตอร์” จำนวน 72 เสียงเป็นผู้ลงคะแนนกรณีการขอให้ฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2017 เพิ่มเป็น 20 ทีม รวมถึงให้นำเรื่องการระงับสมาชิกภาพทีม ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในดิวิชั่น 1 มาพิจารณา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับทราบรายละเอียดจาก กกท. อย่างป็นทางการจึงไม่ทราบว่ามีเหตุผลและความจำเป็นอะไรบ้างที่ต้องจัดประชุมใหญ่ ตอนนี้จึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีแนวทางอะไรบ้าง ต้องขอดูรายละเอียดก่อนว่ามีเหตุผลหรือความจำเป็นอะไรที่ต้องจัดประชุม

“สำหรับการจัดแข่งขันฟุตบอลลีกแชมเปี้ยนชิพขึ้นมาใหม่คงไม่มีปัญหาหรือผลกระทบใดๆ เนื่องจากเป็นการแข่งขันที่เกิดจากทีมที่มาจากลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เดิม ดังนั้นจำนวนทีมเท่าเดิมและอะไรที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ บุคลาจัดการแข่งขัน หรือเงินค่าใช้จ่ายสนับสนุนทีมก็ไม่มีปัญหา” บิ๊กอ๊อด กล่าว

นายกลูกหนังไทยยังกล่าวถึงเงินสนับสนุนของ สหพันธฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จากการที่ทีมชาติไทยผ่านเข้าไปแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2016 ที่ประเทศโคลอมเบียซึ่งยังไม่ได้รับว่า ตอนนี้ ฟีฟ่า กำลังอยู่ในการข่วงตรวจสอบบัญชีของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อผู้ตรวจสอบยังไม่มีพิจารณาที่สุดทาง ฟีฟ่า จึงยังไม่มีการจ่ายเงินใดๆให้จนกว่าจะมีตรวจสอบเสร็จ

“ไม่สามารถบอกได้ว่าการตรวจสอบมีกำหนดระยะเวลาเท่าใด ตรงนี้เป็นหน้าที่ของเราที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าที่ผ่านมาการบริหารงานของสมาคมฯ เป็นไปตามข้อบังคับของ ฟีฟ่า หรือไม่ ทาง ฟีฟ่า ส่งผู้ตรวจสอบมาตรวจสอบบัญชีแล้ว ถ้า ฟีฟ่า พอใจผลตรวจสอบก็จะมีการประชุมเพื่ออนุมัติ หลังจากนั้นจะทยอยๆ อนุมัติออกมา เราก็คงคาดหวังว่าจะมีการอนุมัติในเร็ววันนี้” บิ๊กอ๊อด กล่าวปิดท้าย

“ช้างศึก” จัดเต็มยิงอินโดล่าแชมป์อาเซียน

“ช้างศึก” ต้องชนะ อินโดนีเซีย สถานเดียว เพื่อคว้าแชมป์อาเซียนคัพ 2016 สมัยที่ 5 โดย “ซิโก้” เตรียมส่งชุดใหญ่ลงสนาม

ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัด 2 คืนวันนี้ (วันเสาร์ที่ 17 ธ.ค.) “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบ “อิเหนา” อินโดนีเซีย เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 และฟ็อกซ์ สปอร์ต

สถานการณ์ของ ไทย ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากเกมแรก ไทย บุกแพ้ 1-2 ทำให้เกมนี้จำเป็นต้องชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้นเพื่อคว้าแชมป์ ซึ่งกฎการนับสกอร์รวมกรณีที่สกอร์เท่ากันจะดูกฎประตูทีมเยือน ดังนั้นหาก ไทย ชนะ 1-0 สกอร์รวม 2-2 ไทย จะคว้าแชมป์เพราะยิงประตูนอกบ้านได้ 1 ลูก แต่หาก ไทย ชนะ 2-1 จะต่อเวลาพิเศษ 30 นาที

ความพร้อมของ ทีมชาติไทย จะได้ “ตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองหลังตัวหลัก หายเจ็บกลับมา ส่วนคนอื่นๆ พร้อมลงเล่นทั้งหมด ดังนั้นเกมนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย สามารถจัดชุดใหญ่ลงสนามได้ ส่วนระบบการเล่นคาดว่าจะกลับมาใช้ 3-4-1-2 อีกครั้ง โดยกองหน้า “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง จะจับคู่กับ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา

11 คนแรกของ ไทย ที่คาดว่าจะลงสนาม ในระบบ 3-4-1-2- ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, กองหลัง อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ประทุม ชูทอง, วิงแบ็กขวา ทริสตอง โด, วิงแบ็กซ้าย ธีราทร บุญมาทัน, กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์, “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ และคู่กองหน้า สิโรจน์ ฉัตรทอง กับ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีมและดาวซัลโวของรายการ 6 ประตู

ด้าน อินโดนีเซีย ภายใต้การคุมทีมของ อัลเฟรด รีเดิล ชาวออสเตรีย ต้องเช็คอาการบาดเจ็บของ อันดิค เวอร์มานยา กองกลางตัวเก่งแค่คนเดียว นอกนั้นพร้อมลงสนามทั้งหมด นำโดยคู่กองหน้า โบอาส โซลอสซา กัปตันทีม กับสเตฟาน ลิลิปาลี ลูกครึ่งอินโดนีเซีย – เนเธอร์แลนด์

ส่วนสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกัน ปรากฎว่าเจอกัน 76 ครั้ง ไทย ชนะ 36 เสมอ 14 แพ้ 26 ยิงได้ 134 เสีย 86 ประตู ส่วนการเจอกันในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ทั้งคู่เจอกันมาแล้ว 10 ครั้ง ไทยชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 2 (นับเฉพาะ 90 นาที) ยิงได้ 22 เสีย 12 ประตู

สำหรับ ไทย หากแชมป์ในครั้งนี้จะเป็นสมัยที่ 5 มากที่สุดในอาเซียนแต่เพียงชาติเดียว โดยสถิติที่ผ่านมา ไทย เข้าชิงชนะเลิศ 7 ครั้ง ได้แชมป์ 4 ครั้ง คือปี 1996, 2000, 2002 และ 2014 ส่วน อินโดนีเซีย เข้าชิง 4 ครั้ง แพ้รวด ได้เพียงรองแชมป์ คือปี 2000, 2002, 2004 และ 2010

ผีแดงไม่น่าปรับทีมเยือนเวสต์บรอมวิช

“ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ไม่น่ามีการปรับทัพไปเยือนเวสต์บรอมวิชในศึกพรีเมียร์ลีกคืนนี้

ศึกพรีเมียร์ลีกวันที่ 17 ธ.ค. เวลา 00.30 น. “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ที่มี 27 แต้ม จะออกไปเยือน เวสต์บรอมวิช ที่มี 23 แต้ม โดยกุนซือ ชูเซ มูรินโญ ของทีมเยือนยังมีปัญหาเรื่องการบาดเจ็บของ 4 ตัวหลักคือ เอริก ไบญี, ลุค ชอว์ กับ คริส สมอลลิง ในแนวรับ และ เฮนริค มัคฮิทาเรียน ในแนวรุก ทำให้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมบุกชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 เท่าไรนัก

แนวรับจะเป็น ฟิล โจนส์ ยืนคู่กับ มาร์กอส โรโฮ โดยที่ อันเดร์ เอร์เรรา กับ ไมเคิล คาร์ริก คุมเกมแดนกลาง และแนวรุก เวย์น รูนีย์ ยังเป็นตัวจริงต่อร่วมกับ ปอล ป๊อกบา และ ฆวน มาตา ขณะที่หัวหอกจะเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ด้าน เวสต์บรอมวิช ฟอร์มล่าสุดเอาชนะ สวอนซี มา 3-1 กำลังมีทีมที่ลงตัว แดนกลางจะมี ดาร์เรน เฟลตเชอร์ อดีตมิดฟิลด์ปีศาจแดงคู่กับ เคลาดิโอ ยาคอป แนวรุกจะใช้ แมตต์ ฟิลลิปส์, เจมส์ มอร์ริสัน และ นาเซอร์ ชาดลี ส่วนหัวหอกจะเป็น โซโลมอน ลอนดอน ที่เพิ่งทำแฮตทริกในเกมล่าสุด

ส่วนคู่อื่นเวลา 22.00 น. มิดเดิลสโบรช์ พบ สวอนซี ซิตี, สโตค ซิตี พบ เลสเตอร์ ซิตี, ซันเดอร์แลนด์ พบ วัตฟอร์ด, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ ฮัลล์ ซิตี

“ปรัชญา-ชญานนท์” ส้มหล่น แชมป์หวดชายคู่ไอทีเอฟ

2 นักหวดไทย “ณัฐ” ปรัชญา อิสโร กับ “แมค” ชญานนท์ แก้วสุทอ ไม่ต้องออกแรงเอาชนะ ยอง เคียว กับ ลี แจ มุน คู่แข่งจากเกาหลีใต้ที่มีอาการเหนื่อยล้า จนต้องขอยิมแพ้ไป

การแข่งขันเทนนิสอาชีพชาย ไอทีเอฟ เมนส์ ฟิวเจอร์ รายการ “แคล-คอมพ์ แอนด์ เอ็กซ์วายแซด ปริ้นติ้ง ไอทีเอฟ โปร เซอร์กิต # M 4” ชิงเงินรางวัลรวม 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 350,000 บาท เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา ณ สนามเทนนิส ทรู อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รอบรองชนะเลิศ ประเภทชายเดี่ยว ผลปรากฏว่า ซาดิโอ ดูมเบีย มือวาง 1 ของรายการ มือ 257 ของโลก จากฝรั่งเศส ตัดเชือกกับ ลิม ยอง เคียว จากเกาหลีใต้ มือ 425 ของโลก มือวาง 3 ของรายการ ซึ่งคู่นี้สู้กันได้อย่างสนุกโต้สโตรกกันจนถึงเซตสามก่อนที่ มือวาง 1 ของรายการจะเฉือนชนะ 2-1 เซต 5-7, 7-5, 6-2 ใช้เวลาหวดนาน 2 ชั่วโมง 17 นาที ส่งผลให้ ดูมเบีย ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศพบกับเพื่อนนักเทนนิสร่วมชาติ ฟาเบียง เออร์บูล์ มือวาง4 ของรายการมืออันดับ 626 ของโลก ที่ชนะ จุง ฮอง นักหวดเกาหลีใต้ มือวาง 7 ของรายการ มืออันดับ 668 ของโลก 2 เซตรวด 6-2 และ 6-3

ส่วนประเภทชายคู่ รอบชิงชนะเลิศ 2 นักหวดไทย “ณัฐ” ปรัชญา อิสโร กับ “แมค” ชญานนท์ แก้วสุทอ ลงชิงดำกับลิม ยอง เคียว กับ ลี แจ มุน คู่นักหวดจากเกาหลีใต้ ปรากฎว่า ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม ลิม ยอง เคียว ที่เล่นประเภทเดี่ยวมา 3 เซต ทำให้สภาพร่างกายล้าและมีอาการเจ็บข้อมือซ้าย จนไม่สามารถลงแข่งประเภทคู่ได้ จนทำให้คู่หวดเกาหลีใต้ขอยอมแพ้ยกแชมป์ให้กับ ปรัชญา และ ชญานนท์ ทันที นับเป็นการคว้าแชมป์อาชีพมาครองแบบไม่ต้องออกแรงหวดและเป็นการคว้าแชมป์อาชีพร่วมกันเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ปรัชญา กับ ชญานนท์ ได้รับเงินรางวัลไปแบ่งกัน 640 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 22,400 บาท และ คะแนนสะสมไปอีก 18 คะแนน

ปีศาจแดงเสริมกองหลัง-ดริงค์วอเตอร์

“ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด จำเป็นต้องปล่อยนักเตะก่อนซื้อเพิ่ม

“ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด เตรียมจะปล่อยตัว เมมฟิส เดปาย กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ และ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสออกจากทีมเป็น 2 รายแรกในช่วงเดือนมกราคมนี้ เพื่อเปิดทางให้ ชูเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมหานักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม

จากการที่ มูรินโญ ตั้งใจจะซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมในเดือนมกราคมนี้อีก 2 รายเพื่อจะคว้าโควตายูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้ ทำให้จำเป็นจะต้องปล่อยผู้เล่นเก่าออกไป และ 2 รายแรกจะเป็น เดปาย กับ ชไนเดอร์ลิน ซึ่งทั้งคู่กำลังเป็นที่สนใจจากเอฟเวอร์ตัน โดยรายของ เดปาย อาจจะเป็นการให้ยืมตัวหรือขายขาด ส่วน ชไนเดอร์ลิน น่าจะถูกขายจากทีมไป

ขณะที่แผนการของ มูรินโญ ในการเสริมทีมเดือนหน้า หนังสือพิมพ์แมนเชสเตอร์ อีฟนิง นิวส์ รายงานข่าวว่า จะเป็นการเสริมกองหลัง 1 รายคาดว่าจะเป็น วิคเตอร์ ลินเดลอฟ ของเบนฟิก้า หรือ ชูเซ ฟอนเต ของเซาแธมป์ตัน เนื่องจากจะขาด เอริก ไบญี ที่ไปเล่น แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ร่วม 1 เดือน ส่วนอีกรายอาจจะดึงตัว แดนนี ดริงค์วอเตอร์ มาเสริมแดนกลาง

เชลซีลุ้นนำ9แต้ม เกมลอนดอนดาร์บี

“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมนำฝูงพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี ลุ้นชนะ 11 นัดรวดนำห่าง 9 แต้ม หากบุกชนะ “อินทรีปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ คืนนี้

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 17 วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคมนี้ มีลงแข่ง 6 สนาม โดยคู่เอก อยู่ที่ “ลอนดอนดาร์บีแมทช์” ศึกแห่งศักดิ์ศรีทีมร่วมเมืองหลวง ระหว่าง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมนำฝูง มี 40 แต้มเก็บชัยชนะมาแล้ว 10 นัดรวด จะลุ้นชนะนัดที่ 11 ติดต่อกันด้วยการบุกไปเยือนสนามเซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ของ “อินทรีปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับ 16 มี 15 แต้ม เวลา 19.30 น.

หาก เชลซี ของผู้จัดการทีม อันโตนิโอ คอนเต สามารถเก็บ 3 แต้มเต็มสำเร็จ จะทำให้มีเพิ่มเป็น 43 แต้ม ทิ้งห่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 2 และ “ปืนโต” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ที่มี 34 แต้มเท่ากัน ออกไปเป็น 9 แต้ม เนื่องจากทั้ง ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล ไม่มีตารางแข่งขันในวันนี้ และมีแนวโน้มทำได้ค่อนข้างสูง เพราะ “สิงห์บลู” เชลซี ชนะติดต่อกันมา 10 นัดรวด นับตั้งแต่ขึ้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ทำให้พุ่งจากอันดับ 8 มาอยู่อันดับ 1 ติดต่อกันมาแล้ว 6 นัด ครองตำแหน่งจ่าฝูงมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน

ในส่วนสภาพทีมถือว่าสมบูรณ์เต็มที่เพราะมีลุ้นได้ตัว เอดอง อาซาร์ กองกลางตัวรุกหายเจ็บกลับมา ส่วนตัวหลักอีก 3 คนที่เจ็บยาวอยู่ก่อนแล้วได้แก่ ออสการ์ กองกลางตัวรุก, จอห์น โอบี มิเกล กองกลางตัวรับ และจอห์น เทอร์รี เซ็นเตอร์แบ็ก ไม่ส่งผลกระทบต่อทีมในช่วงนี้

ส่วนตัวความหวังคือ ดิเอโก คอสตา กองหน้าตัวจบสกอร์ที่ยิงไปแล้ว 12 ประตู นำเป็นดาวยิงพรีเมียร์ลีก ร่วมกับ อเลกซิส ซานเชซ ของอาร์เซนอล อยู่ในขณะนี้ รวมถึงหากได้ อาซาร์ ตัวรุกเบลเยียมคืนทัพ จะยิ่งน่ากลัวเพราะทั้งคู่ยิงรวมกันถึง 20 ประตู จากทั้งหมด 34 ประตู ที่เชลซี ทำได้ในฤดูกาลนี้

ฝั่งคริสตัล พาเลซ ของผู้จัดการทีม อลัน พาร์ดิว ไม่ชนะใครมาแล้ว 2 นัดรวด และโดนยิงถึง 5 ประตู จาก 2 เกมล่าสุด โดยนัดกลางสัปดาห์เพิ่งพ่ายเกมเหย้า “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 ทำให้หล่นมาอยู่อันดับ 16 ห่างจาก “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี ทีมอันดับ 18 พื้นที่ตกชั้นทีมสุดท้าย เพียง 3 แต้ม

ปัญหาใหญ่คืออาการเจ็บยาวของผู้เล่นตัวหลักถึง 7 คน ได้แก่ คอนนอร์ วิคแฮม, โลอิก เรมี กับ โจนาธาน เบนเทเก สามกองหน้า, บาการี ซาโก กองกลางตัวรุก, ปาเป ซูอาเร แบ็กซ้าย, เจมส์ ทอมกินส์ กองหลังสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์และแบ็กขวา, สตีฟ มองดองดา ผู้รักษาประตู จึงต้องหวังพึ่ง คริสเตียน เบนเทเก กองหน้าตัวเก่งที่ยิงไปแล้ว 8 ประตูในฤดูกาลนี้

แมนฯซิตี้เอาแน่ทุ่มหมื่นล้านคว้าเมสซี

“เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ รอตะปบ ลีโอเนล เมสซี ถ้าบาร์เซโลนาพลาดโดนฉกแน่

“เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ จริงจังกับการลุ้นคว้าตัว ลีโอเนล เมสซี ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ที่ยังปฏิเสธเซ็นสัญญาใหม่ เตรียมงบกว่า 200 ล้านปอนด์หรือเกือบๆ 1 หมื่นล้านบาท

จากการที่ เมสซี ยังไม่สามารถตกลงเรื่องสัญญาใหม่กับ บาร์เซโลนา ได้ ทาง แมนฯซิตี้ เตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์นี้เอาไว้แล้วด้วยการเตรียมงบกว่า 200 ล้านปอนด์ทำให้เจ้าตัวย้ายทีมเป็นครั้งแรกในชีวิตนักเตะอาชีพ โดยจะเป็นค่าตัว 100 ล้านปอนด์เป็นสถิติโลกใหม่ รวมทั้งจะให้ค่าเหนื่อยถึงสัปดาห์ละ 5 แสนปอนด์หลังจบฤดูกาลนี้

จากเรื่องนี้ แมนฯซิตี้ มีความมั่นใจพอสมควรเพราะ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมเป็นคนปั้นและให้โอกาส เมสซี มาตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเตะเยาวชน ดังนั้นหากว่าการต่อสัญญาไม่สำเร็จ จะทำให้มีสัญญากับบาร์ซาเหลือเพียงแค่ปี 2018 ทำให้ทางสโมสรเพื่อจำเป็นต้องขายทำเงินดีกว่าจะเสียไปแบบไม่มีค่าตัวเมื่อหมดสัญญา

“มวยไทย”ตั้งเป้าโอลิมปิกสู่กีฬาเลือกปี2024

“มวยไทย” เดินหน้า หลังได้รับรองจากโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) เป็นสมาชิกชั่วคราว เตรียมยื่นใบสมัครเป็นกีฬาเลือกของเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024

หลังจากที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) ประกาศรับรอง “มวยไทย” เป็นสมาชิกชั่วคราวของกีฬาโอลิมปิกเกมส์เป็นระยะเวลา 3 ปี ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่โรงแรมแกรนด์ เชอราตัน สุขุมวิท “บิ๊กเหวียง” พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ประธานสภามวยไทยโลก เป็นประธานแถลงข่าวสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (อิฟมา) กำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาให้กีฬาชนิดนี้ไปสู่กีฬาโอลิมปิกเกมส์ต่อไปในอนาคต โดยมีบุคลากรในวงการมวยไทยร่วมงานคับคั่งรวมทั้ง “ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยไทยชื่อดังด้วย

ดร.ศักดิ์ชัย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และประธานสหพันธ์ มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (อิฟมา) เปิดเผยว่า ขั้นตอนต่อไป อิฟมา จะต้องจัดกิจกรรมมวยไทยทุกด้านเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และประชาสัมพันธ์กีฬามวยไทยเป็นเป็นที่แพร่หลาย หากมวยไทยได้รับการบรรจุเข้าในโอลิมปิกเกมส์ ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์มหาศาล และเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ มวยไทย เป็นกีฬาสากลในระดับเดียวกับ เทควันโด หรือ ยูโด ที่บรรจุแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ไปนานแล้ว

สำหรับแผนในการพัฒนามวยไทยนับจากนี้ ดร.ศักดิ์ชาย กล่าวว่า จะต้องสร้างบุคลากรมวยไทย รวมทั้งเพิ่มจำนวนชาติสมาชิกจากเดิม 130 ประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในปี 2024 เนื่องจากในปี 2020 ที่โตเกียวได้ข้อสรุปจำนวนชนิดกีฬาไปแล้ว ซึ่งตามแผนงานในปี 2018 จะยื่นใบสมัครเป็นกีฬาเลือกของเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ซึ่งยังต้องแข่งขันกับกีฬาอีกหลายชนิดทั่วโลก

ในส่วนของกีฬามวยไทย เคย ได้รับการบรรจุเข้าแข่งกัฬาระดับนานาชาติมาแล้ว ได้แก่ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ (สาธิต) เอเชี่ยน อินดอร์-มาเชียลอาร์ต เกมส์, เอเชี่ยนบีชเกมส์, เวิลด์คอมแบตเกมส์, เวิลด์เกมส์ รวมทั้งกีฬามหาวิทยาลัยโลก

“สมคิด” ประเดิมทองเพาะกายโลก “รุ้งตะวัน-นงเยาว์” ก็แชมป์

เปิดฉากวันแรก ศึกเพาะกายและฟิตเนสชิงชนะเลิศแห่งโลก 2016 ทัพไทยทำผลงานยอดเยี่ยมประเดิมคว้าแชมป์โลกจาก สมคิด สุเมโธเวชกุล และกวาดทองต่อเนื่องจากฟิตเนสหญิง

การแข่งขันกีฬาเพาะกายและฟิตเนสชิงชนะเลิศแห่งโลก 2016 ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ซี โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. เป็นการแข่งขันวันแรก มีชิงทั้งสิ้น 15 เหรียญทอง ปรากฎว่า ทัพนักกีฬาไทย คว้ามาได้ถึง 6 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

ผลการแข่งขันของนักกีฬาไทย มีดังนี้ เพาะกาย ชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 65 กก. สมคิด สุเมโธเวชกุล คว้าเหรียญทองแรกของรายการได้สำเร็จ เป็นแชมป์โลก สมัยที่ 5 ด้าน สุรศักดิ์ ปานเรือง ได้เหรียญเงิน, วัชระ สะศรีสังข์ ตกรอบคัดเลือก ขณะที่เหรียญทองแดง ชินฮา ราฮุล (อินเดีย)

เพาะกาย ชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กก. จีรพันธ์ โป่งคำ ได้เหรียญเงิน, เพาะกาย ชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 55 กก. ชัยพิพัฒน์ ลิ่วตระกูล ได้อันดับ 5

ฟิตเนสหญิง ความสูงไม่เกิน 160 ซม. นงเยาว์ โกสีนาม คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 ส่วน ศิริพร ศรช่วย ได้เหรียญทองแดง, ฟิตเนสหญิง ความสูงไม่เกิน 165 ซม. จ.อ.ท.อาจารี แท่นทรัพย์ แชมป์เก่าพลาดท่าได้เหรียญเงิน

ฟิตเนสหญิง ความสูงเกิน 165 ซม. รุ้งตะวัน จินดาซิงห์ ที่พักการแข่งขันไป 1 ปี หลังจากได้แชมป์โลกที่อินเดีย ปี 2014 กลับมาคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 5 ส่วนพรชนก ปลื้มจิตร ได้เหรียญเงิน

เพาะกาย มาสเตอร์ ชาย รุ่นอายุ 50-59 ปี สาคร มาตรวังแสง คว้าเหรียญทอง ส่วนสมศรี ทุรินไธสง และ สุวิจักขณ์ พันทุสรชัย ตกรอบคัดเลือก, เพาะกายเยาวชนชาย รุ่นน้ำหนัก เกิน 75 กก. อภิชัย วันดี ได้เหรียญทอง

เพาะกาย มาสเตอร์ ชาย รุ่นอายุ 40-49 ปี ขุนตาล พวงเพชร์ ได้เหรียญเงิน ด้าน สมคิด สุเมโธเวชกุล ได้อันดับ 4 ส่วนเกษม ศิริโสตร์และ กุศล ลาเสือ ตกรอบคัดเลือก, เพาะกายเยาวชนชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 75 กก. ณัฐพงศ์ ใยงูเหลือม ได้เหรียญทองแดง

เพาะกายหญิง รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 55 กก.จิรฐา จุฑานิชกานต์ ได้เหรียญทองแดง, เพาะกายหญิง รุ่นน้ำหนักเกิน 55 กก. จรัญญา ดวงคำ ได้อันดับ 4 ส่วน อรดี บุญจำเนียร ตกรอบคัดเลือก

โมเดลฟิสิคหญิง ความสูงไม่เกิน 160 ซม. กัญญาภัทร ศิริพรรค ได้เหรียญเงิน ด้าน รพีพร อารีย์ ได้อันดับ 4 ส่วน ศิริพร ศรช่วย ตกรอบคัดเลือก, สปอร์ต ฟิสิค ชาย ความสูงไม่เกิน 170 ซม. กิตติ ผลาผล ได้เหรียญทอง ส่วน เกรียงไกร ศรีชัยสุวรรณ ได้อันดับ 4